มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในกำกับของรัฐ มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา
ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีภารกิจทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
และทะนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งการขับเคลื่อนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วยการวิจัยจึงต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ “นิติกรรมสัญญา” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับคณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในมหาวิทยาลัย บทความนี้เสนอความเชื่อมโยงของหลักการทางกฎหมายนิติกรรมสัญญา กับสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา และการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
สัญญา (Contract) แม้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะมิได้มีการบัญญัติความหมายของคำว่าสัญญาไว้โดยตรง แต่ก็สามารถอนุมานได้จากการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการเกิดขึ้นของสัญญาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๒ หนี้ ลักษณะ ๒ สัญญา มาตรา ๓๕๔ ถึง มาตรา ๓๙๔ สัญญา คือ นิติกรรมสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายที่ตกลงกัน ซึ่งก่อให้เกิดความผูกพันทางกฎหมายระหว่างคู่สัญญา ซึ่งเกิดจากเจตนาผูกพันซึ่งกันและกันด้วยใจสมัคร โดยการแสดงเจตนาของฝ่ายแรก “คำเสนอ” และการแสดงเจตนาของอีกฝ่าย “คำสนอง” เมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกันจึงเกิดเป็นสัญญาระหว่างกันและมีความผูกพันกัน อันจะก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ตามสัญญาระหว่างกันได้
๒. ความหมายและความเข้าใจของคำว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) คือ ผลผลิตทางความคิดที่เกิดจากสร้างสรรค์ของมนุษย์และกฎหมายให้การคุ้มครอง เช่น ลิขสิทธิ์ (Copyrights) สิทธิบัตร (Patents) และเครื่องหมายการค้า (Trademarks) กรณีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจำนวนมากและมีที่สำคัญประกอบด้วย (๑) สิทธิบัตร คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (๒) อนุสิทธิบัตร คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และ (๓)ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดังนั้น การบริหารจัดการจัดการ IP อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และส่งผลต่อการพัฒนาทางสังคมให้กับประเทศเป็นอย่างยิ่ง
๓. สัญญาทรัพย์สินทางปัญญา: การขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญา การวิจัยและนวัตกรรมเมื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP)ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแล้ว การนำทรัพย์สินทางปัญญา การวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจสังคมจะต้องผ่านการจัดทำสัญญา “สัญญาทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ใช้ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยสัญญาหลักที่สำคัญมีดังนี้
๓.๑ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ1 (Licensing Agreement) เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในมหาวิทยาลัย โดยสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ให้สิทธิอนุญาตให้บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้รับสิทธิสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาที่มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยที่มหาวิทยาลัยยังคงความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานั้นไว้
สาระสำคัญของสัญญา เช่น ขอบเขตการใช้สิทธิ ระยะเวลาการใช้สิทธิ ขอบเขตการใช้สิทธิ ค่าตอบแทน (Royalty) และการแบ่งปันผลประโยชน์หรือรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย ตัวอย่างเช่น การอนุญาตให้บริษัทเอกชนนำสิทธิบัตรตามอนุสิทธิบัตรที่เกิดจากงานวิจัยไปผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ
๓.๒ สัญญาโอนสิทธิ (Assignment Agreement)2 เป็นสัญญาที่มหาวิทยาลัยผู้โอนตกลงโอนความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับโอน เมื่อมีการโอนสิทธิแล้ว มหาวิทยาลัยจะไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานั้นอีกต่อไป และสูญเสียสิทธิในการควบคุมหรือเรียกเก็บค่าตอบแทนจากการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาต่อไปในอนาคต แม้ปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังไม่มีนโยบายที่จะจัดทำสัญญาโอนสิทธิประเภทนี้ก็ตาม แต่จากการศึกษาและความเป็นไปได้ในอนาคต เมื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการจัดตั้งนิติบุคคลของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (Holding Company) เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำทรัพย์สินทางปัญญา ผลการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์ มหาวิทยาลัยยังคงมี
1 สิทธิสุข, & วรรณกานต์. (2024). สิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์.
2 จิระ ตระกูลวัชร์, & อัญรินทร์. (2017). ปัญหาเกี่ยวกับการโอนสิทธิในรายได้ในอนาคต ศึกษากรณี กองทุนรวมโครงสร้าง พื้นฐาน.
อำนาจกำกับดูแลและไม่สูญเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้หรือได้รับผลประโยชน์จากการลงทุน เงินปันผล ดอกเบี้ยกำไรส่วนต่างจากการขายหลักทรัพย์ เงินบริจาค และผลประโยชน์อื่นใดในสินทรัพย์ของบริษัทโฮลดิ้ง
สาระสำคัญของสัญญา เช่น ข้อตกลงเรื่องการโอนสิทธิ ค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ การจัดสรรรายได้หรือผลประโยชน์ให้กับหน่วยงานหรือผู้สร้างผลงานตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่กำหนดในประกาศของมหาวิทยาลัย
๓.๓ สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement: NDA)3 เป็นสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดทำสัญญาหลัก เช่น สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ซึ่งมีเพื่อป้องกันข้อมูลบางอย่างบางประการไม่ให้มีการรั่วไหลของข้อมูลลับทางทรัพย์สินทางปัญญา ผลงานวิจัยและนวัตกรรมสาระสำคัญของสัญญา เช่น การนิยามคำว่า ข้อมูลความลับ ข้อจำกัดในการเปิดเผยและการใช้ข้อมูล และการกำหนดรูปแบบหากมีการฝ่าฝืนหรือมีการละเมิดข้อมูลความลับดังกล่าว
๔. ข้อแนะนำของสัญญาทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อให้การการประดิษฐ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาอันจะมีการจัดทำสัญญาเป็นประโยชน์สูงสุดกับมหาวิทยาลัย บุคลากรของมหาวิทยาลัยต้องตระหนักถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
๔.๑ ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) บุคลากรของมหาวิทยาลัยต้องตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญา ผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่
3 สวัสดิ ภัทรากร, & ปาลิดา. (2020). แนวทางในการกำกับการสนับสนุนเงินทุนจากบุคคลที่สามในการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ว่า ด้วยการลงทุน. 4 กมลวรรณ อยู่วัฒนะ, ไพบูลย์ ชูวัฒนกิจ, ภาวิตา ค้าขาย, พิศณุ พูนเพชรพันธ์, ทัตตนันท์ คงลำธาร, ชื่นชีวิน ยิ้มเฟือง, ... & ณธสร เอื้อการณ์. (2025). ปัญหาข้อจำกัดทางด้านกฎหมายของการจัดสรรผลประโยชน์มาจากการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาวิจัยและนวัตกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(6), 1134-1156.
เกิดขึ้นโดยผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่หรือตามที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย หรือเป็นการปฏิบัติงานที่เป็นภาระงานตามปกติ หรือใช้เวลา ทรัพยากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เป็นของมหาวิทยาลัย ให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผลงานวิจัย และนวัตกรรมเป็นของมหาวิทยาลัย
๔.๒ การตรวจสอบสาระสำคัญของสัญญา หากมีการจัดทำสัญญากับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลทางเทคนิคหรือการตกลงในรายละเอียดของสัญญาควรส่งให้หน่วยงานกฎหมายของมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบพิจารณาก่อนทุกครั้ง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย