ติดอยู่ในลิฟต์อาจเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนตกใจและหวาดกลัว แต่การตั้งสติและปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้สามารถรอความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
ลิฟต์เป็นระบบขนส่งแนวดิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในอาคาร โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งลิฟต์อาจหยุดทำงานหรือหยุดค้างระหว่างชั้นจากสาเหตุ เช่น ไฟฟ้าขัดข้อง ระบบควบคุมมีปัญหา หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความวิตกกังวล
สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุคือ “ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก และขอความช่วยเหลือ” เพราะโดยทั่วไปลิฟต์มีระบบความปลอดภัยหลายชั้น และการอยู่ภายในลิฟต์ที่หยุดทำงานไม่ได้หมายความว่าลิฟต์กำลังจะตกหรือผู้โดยสารกำลังอยู่ในอันตรายทันที
- 1. ตั้งสติและหายใจตามปกติ
เมื่อรู้ว่าลิฟต์หยุดทำงาน หลายคนอาจตกใจและพยายามกดปุ่มต่าง ๆ หรือพยายามเปิดประตูลิฟต์ด้วยตนเอง สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติและควบคุมการหายใจ ไม่ควรตะโกนหรือเคาะประตูอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เหนื่อยและสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น
หากมีผู้โดยสารหลายคน ควรช่วยกันพูดคุยและสร้างความมั่นใจให้กัน เพื่อลดความตื่นตระหนก โดยเฉพาะหากมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความวิตกกังวลอยู่ภายในลิฟต์
- 2. กดปุ่มฉุกเฉินหรือปุ่มแจ้งเตือน
ตรวจสอบแผงควบคุมภายในลิฟต์และกด ปุ่ม Alarm หรือปุ่มฉุกเฉิน เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่อาคาร จากนั้นหากมีโทรศัพท์มือถือและสามารถติดต่อได้ ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือผู้ดูแลอาคาร พร้อมแจ้งข้อมูลที่จำเป็น เช่น อาคาร ชั้นที่คาดว่าอยู่ และจำนวนผู้ที่ติดอยู่ภายในลิฟต์
หากลิฟต์มีระบบสื่อสารฉุกเฉิน ควรใช้ระบบดังกล่าวในการติดต่อเจ้าหน้าที่ และควรรอฟังคำแนะนำจากผู้ดูแลอาคาร
- 3. อย่าพยายามงัดประตูลิฟต์หรือปีนออกเอง
ข้อควรจำที่สำคัญที่สุด คือ ห้ามพยายามงัดประตูลิฟต์หรือปีนออกจากลิฟต์ด้วยตนเอง โดยเฉพาะกรณีที่ลิฟต์หยุดไม่ตรงกับระดับพื้น เนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากช่องว่างระหว่างตัวลิฟต์กับชั้นอาคาร หรือระบบลิฟต์อาจกลับมาทำงานโดยไม่คาดคิด
การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในลิฟต์ควรดำเนินการโดยช่างหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมเท่านั้น ดังนั้น ผู้โดยสารควรรออยู่ภายในลิฟต์และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
- 4. หากอากาศร้อนหรือรู้สึกอึดอัด ให้พยายามอยู่นิ่ง ๆ
หลายคนเข้าใจว่าลิฟต์ที่ติดค้างจะไม่มีอากาศหายใจ แต่โดยทั่วไปภายในลิฟต์มีช่องระบายอากาศ จึงไม่ควรตื่นตระหนกจนหายใจเร็วหรือใช้พลังงานมากเกินไป
หากรู้สึกร้อนหรืออึดอัด ควรยืนหรือนั่งในท่าที่สบาย หลีกเลี่ยงการออกแรงโดยไม่จำเป็น และช่วยกันรักษาความสงบภายในพื้นที่ หากมีผู้ที่รู้สึกไม่สบาย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
- 5. หลีกเลี่ยงการกระโดดหรือเขย่าลิฟต์
ไม่ควรกระโดด เล่น หรือเขย่าตัวลิฟต์เพื่อพยายามให้ลิฟต์กลับมาทำงาน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายและรบกวนระบบความปลอดภัยของลิฟต์
หากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากำลังดำเนินการช่วยเหลือ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและรออย่างใจเย็น การช่วยเหลืออาจใช้เวลาสักระยะ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการหยุดทำงานและขั้นตอนด้านความปลอดภัย
- 6. เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
เมื่อเจ้าหน้าที่หรือช่างเข้าดำเนินการช่วยเหลือ ไม่ควรรีบออกจากลิฟต์จนกว่าจะได้รับคำสั่ง และควรฟังคำแนะนำอย่างละเอียด หากลิฟต์หยุดไม่ตรงกับชั้น เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และกำหนดวิธีนำผู้โดยสารออกจากลิฟต์ที่ปลอดภัยที่สุด
จำง่าย ๆ “ตั้งสติ – แจ้งเหตุ – อยู่ในลิฟต์ – รอความช่วยเหลือ”
การติดอยู่ในลิฟต์อาจเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่หากรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องก็สามารถลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้อื่นได้ สิ่งสำคัญคือ อย่าตื่นตระหนก อย่าพยายามช่วยตัวเองด้วยวิธีที่เสี่ยง และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ผู้ใช้อาคารควรเรียนรู้ตำแหน่งปุ่มฉุกเฉินและช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของอาคารอยู่เสมอ เพราะการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากขึ้น
เพราะความปลอดภัยเริ่มต้นได้จากการรู้วิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง