ไก่ลิกอร์

เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และประมง แต่อาชีพเหล่านี้มีความผันผวนทางรายได้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น ฤดูกาล ราคาตลาด ปริมาณผลผลิต ทำให้เกษตรกรขาดรายได้บางช่วง ขณะที่ราคาไก่พื้นเมืองมีชีวิตมีความผันผวนต่ำ โดยราคาไก่พื้นเมืองน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ประมาณ 70-120 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายไก่เนื้อประมาณ 35-40 บาทต่อกิโลกรัม

“ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีแนวโน้มอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ “ไก่พื้นเมือง” หรือ “ไก่พื้นบ้าน” จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชนและท้องถิ่นมาโดยตลอด โดยครัวเรือนส่วนใหญ่จะเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้เนื่องจากใช้เงินทุนน้อย ดูแลจัดการง่าย ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและทนต่อการเป็นโรคได้ดี ซึ่งการเลี้ยงไก่ไว้ทำให้ครัวเรือนมีความคล่องตัวในการขายหรือนำมาประกอบอาหารตามจังหวะโอกาสที่เหมาะสม

ดังนั้น หากส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จะช่วยให้เกษตรกรภาคใต้มีรายได้ตลอดปี เพราะไก่พื้นเมืองเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายเมื่อเทียบกับปศุสัตว์ชนิดอื่น ใช้พื้นที่น้อยและให้เนื้อที่มีรสชาติดี โปรตีนสูง ไขมันต่ำ เหมาะกับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสุขภาพ อีกทั้งเป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตสั้นให้ผลตอบแทนเร็วโดย 1 ปี สามารถเลี้ยงได้ 2-3 รอบการผลิตต่อปี

ไก่ลิกอร์

รู้จักไก่ลิกอร์ (Ligor)

นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ได้นำผลการวิจัยเรื่องไก่พื้นเมืองมาต่อยอดผลิตเป็นไก่พื้นเมืองลูกผสม จากการผสมสายพันธุ์ระหว่างพ่อไก่แดงสุราษฎร์ธานี ที่ถูกปรับปรุงพันธุ์โดยทีมวิจัยจากกรมปศุสัตว์ และไก่แม่พันธุ์ มทส. ที่ถูกปรับปรุงสายพันธุ์โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

ไก่ลิกอร์ เป็นไก่พันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการผสมระหว่างไก่พันธุ์เนื้อและไก่พันธุ์ไข่นำมาเป็นแม่พันธุ์พื้นฐานเพื่อผสมกับไก่พ่อพันธุ์พื้นเมืองเพื่อให้ได้ไก่ลูกผสมที่เรียกว่าไก่ลูกผสมพื้นเมืองที่ยังคงรสชาติของเนื้ออร่อย เนื้อแน่นนุ่ม ไขมันต่ำเช่นเดียวกับไก่พื้นเมือง แต่มีความเจริญเติบโตได้ดีกว่าไก่พื้นเมือง

เนื้อไก่ลิกอร์มีรสชาติอร่อย คอเลสเตอรอลต่ำ วิตามินและแร่ธาตุสูง เนื้อไก่ลิกอร์หนึบหนับ ไม่เหนียวเหมือนไก่บ้าน ไม่ยุ่ยเหมือนไก่กระทง ไขมันน้อย ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น เมนูไก่ลิกอร์อบโอ่ง เนื้ออร่อย ไม่เหนียว หนังกรุบกรอบ ตรงต่อความต้องการของเกษตรกรและตลาด ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชื่นชอบไก่ลิกอร์กินอร่อยเพราะมีไขมันน้อย โดยเฉพาะช่องท้อง ไขมันน้อย เนื้ออร่อย ไม่ยุ่ย ไม่เหนียว

ทีมนักวิจัย มลว. ยังพบว่า ไก่ลิกอร์ที่อายุ 90 วัน (12 สัปดาห์) มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.50-2.00 กิโลกรัม อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อตัวต่อวัน = 22 กรัม และประสิทธิภาพการใช้อาหาร = 2.6 อายุดังกล่าวเป็นอายุที่ได้น้ำหนักตรงตามความต้องการของตลาด ราคาไก่ลิกอร์หน้าฟาร์มขึ้น-ลง ตามกลไกการตลาดเป็นสำคัญ โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70-90 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาพันธุ์ไก่ลิกอร์ได้ดำเนินมาในทิศทางที่เหมาะสม เนื่องจากได้รับการตอบสนองจากผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยง ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการไก่ลิกอร์ที่เพิ่มมากขึ้น

ไก่ลิกอร์ มีอัตลักษณ์ตรงกับวิถีการเลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่และการบริโภคของผู้บริโภคทางภาคใต้ ข้อดีของการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ไทยคือ ลดการนำเข้าพันธุ์ไก่จากต่างประเทศและยังเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีในครัวเรือนของเกษตรกร เพิ่มการใช้อาหารที่เป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นไม่ต้องจัดซื้อ เป็นพื้นฐานในการสร้างไข่ไก่ธรรมชาติและไข่ไก่อินทรีย์ เพื่อรองรับตลาดระดับสูงต่อไป นำไปสู่รายได้ที่มีความยั่งยืนในชนบทตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกิดความเข้มแข็งของชุมชนมากขึ้นในอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและรายได้ รวมทั้งลดปัญหาความยากจนของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ทีมนักวิจัย มวล. วางเป้าหมายผลิตไก่ลิกอร์ ขยายฐานการเลี้ยงไก่ลิกอร์ให้เป็นอาชีพที่มั่นคงครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้ รวมทั้ง พัฒนาสมาร์ทแพลตฟอร์มสำหรับห่วงโซ่อุปทานไก่ลิกอร์เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการบริหารจัดการในเรื่องของการตลาดไก่ลิกอร์ให้อยู่ในรูปแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริโภค พ่อค้าขายไก่ และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและข้อมูลมีความถูกต้อง เพื่อพัฒนายกระดับอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้สามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ขยายตลาดได้กว้างขวาง ขจัดการผูกขาดและการเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทรายใหญ่ที่ทำธุรกิจการเลี้ยงไก่และการจำหน่ายเนื้อไก่สด ฯลฯ การยกระดับการผลิตไก่ลิกอร์สู่การตลาดเชิงพาณิชย์ จะเป็นผลดีต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ไก่ลิกอร์เป็นไก่เนื้อลูกผสมเพื่อนำไปบริโภค เป็นไก่ลูกผสมพื้นเมือง 50% ไม่ใช่ไก่สามสาย ไก่ลิกอร์กินเก่ง โตไว ตายน้อย เนื้ออร่อย ไม่เหนียว ต้องยกให้ไก่ลิกอร์ ระยะเวลาการเลี้ยง 3 เดือน น้ำหนักเฉลี่ย 1.5-1.8 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการเลี้ยงของเกษตรกรแต่ละราย

ไก่ลิกอร์

การเลี้ยงไก่ลิกอร์สู่การตลาดเชิงพาณิชย์

เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และประมง อาชีพเหล่านี้มีความผันผวนทางรายได้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกเช่น ฤดูกาล ราคาตลาด ปริมาณผลผลิต ทำให้เกษตรกรขาดรายได้บางช่วง เมื่อวิเคราะห์กลไกตลาด กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย รายงานราคายางไตรมาสที่ 2/2563 โดยภาพรวมปรับตัวลดลง ราคายางแผ่นดิบเฉลี่ย ณ ตลาดกลาง ยางพาราอยู่ที่ 37.97 บาท/กก. ปรับตัวลดลง 3.05 บาท/กก. คิดเป็นร้อยละ 7.44 (กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย, 2563) ปาล์มน้ำมันมีราคาประมาณ 3.17 บาท/กก. ในขณะที่ราคาไก่พื้นเมืองมีชีวิตมีความผันผวนต่ำ โดยไก่พื้นเมืองน้ำหนัก 1.5 กก. ราคาประมาณ 70 ถึง 120 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ไก่เนื้อได้ราคาประมาณ กก.ละ 35 ถึง 40 บาท ดังนั้นเพื่อลดความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและรายได้ ลดความยากจนของเกษตรกร จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพหลักเพิ่มเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี

ครบวงจรเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ

เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และประมง อาชีพเหล่านี้มีความผันผวนทางรายได้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกเช่น ฤดูกาล ราคาตลาด ปริมาณผลผลิต ทำให้เกษตรกรขาดรายได้บางช่วง เมื่อวิเคราะห์กลไกตลาด กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย รายงานราคายางไตรมาสที่ 2/2563 โดยภาพรวมปรับตัวลดลง ราคายางแผ่นดิบเฉลี่ย ณ ตลาดกลาง ยางพาราอยู่ที่ 37.97 บาท/กก. ปรับตัวลดลง 3.05 บาท/กก. คิดเป็นร้อยละ 7.44 (กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย, 2563) ปาล์มน้ำมันมีราคาประมาณ 3.17 บาท/กก. ในขณะที่ราคาไก่พื้นเมืองมีชีวิตมีความผันผวนต่ำ โดยไก่พื้นเมืองน้ำหนัก 1.5 กก. ราคาประมาณ 70 ถึง 120 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ไก่เนื้อได้ราคาประมาณ กก.ละ 35 ถึง 40 บาท ดังนั้นเพื่อลดความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและรายได้ ลดความยากจนของเกษตรกร จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพหลักเพิ่มเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี

สำหรับห่วงโซ่อุปทานไก่ลิกอร์

เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และประมง อาชีพเหล่านี้มีความผันผวนทางรายได้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกเช่น ฤดูกาล ราคาตลาด ปริมาณผลผลิต ทำให้เกษตรกรขาดรายได้บางช่วง เมื่อวิเคราะห์กลไกตลาด กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย รายงานราคายางไตรมาสที่ 2/2563 โดยภาพรวมปรับตัวลดลง ราคายางแผ่นดิบเฉลี่ย ณ ตลาดกลาง ยางพาราอยู่ที่ 37.97 บาท/กก. ปรับตัวลดลง 3.05 บาท/กก. คิดเป็นร้อยละ 7.44 (กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย, 2563) ปาล์มน้ำมันมีราคาประมาณ 3.17 บาท/กก. ในขณะที่ราคาไก่พื้นเมืองมีชีวิตมีความผันผวนต่ำ โดยไก่พื้นเมืองน้ำหนัก 1.5 กก. ราคาประมาณ 70 ถึง 120 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ไก่เนื้อได้ราคาประมาณ กก.ละ 35 ถึง 40 บาท ดังนั้นเพื่อลดความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและรายได้ ลดความยากจนของเกษตรกร จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพหลักเพิ่มเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี

 “เป้าหมายสำคัญของการผลิต ไก่ลิกอร์ คือการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ที่สามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระดับวิสาหกิจชุมชนและขยายฐานการเลี้ยงครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้และทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยในอนาคต การพัฒนาสมาร์ทแพลตฟอร์มสำหรับห่วงโซ่อุปทานไก่พื้นเมือง เพื่อให้ผู้ค้าและผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผู้ผลิตได้อย่างถูกต้องและสร้างการรับรู้การบริโภคไก่พื้นเมืองเป็นวงกว้าง สร้างเส้นทางการตลาดไก่ลิกอร์ที่ชัดเจน เพื่อการบริหารจัดการกลุ่มการเลี้ยงไก่ลิกอร์อย่างยั่งยืน และยกระดับการผลิตไก่ลิกอร์สู่การตลาดเชิงพาณิชย์ต่อไป”     

Facebook Comments Box