Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

“งานนี้ไม่ใช่ของหนูนะคะ” ประโยคยอดฮิตที่ทำระบบพัง หรือจริงๆ เรากำลังขาด “ธรรมาภิบาล” แบบไม่รู้ตัว?

งานนี้ไม่ใช่ของหนู

          เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ในออฟฟิศไหมครับ? เวลาที่มีงานด่วนหรืองานงอกนอกเหนือภาระหน้าที่ปกติถูกโยนเข้ามากลางวง แชตกลุ่มจะเงียบกริบเหมือนป่าช้าทันที หรือไม่ก็มักจะได้ยินประโยคคลาสสิกสะท้อนกลับมาว่า “งานนี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝั่งเรานะคะ” หรือ “อันนี้หนูไม่น่าจะถนัดค่ะพี่”
          สุดท้ายงานนั้นก็มักจะตกไปอยู่กับ “คนเก่ง” หรือ “คนที่ไม่กล้าปฏิเสธ” ของทีมเสมอ จนกลายเป็นคำตลกร้ายที่คนออฟฟิศชอบพูดกันว่า “คนทำไม่ได้…ไม่ต้องทำ ส่วนคนทำได้…ทำจนตาย” เพราะทุกคนคิดว่าโยนให้คนนี้เถอะ ทำเร็วดี
          รู้ไหมครับว่า พฤติกรรมการเกี่ยงงาน โยนงาน หรือการปล่อยให้เดอะแบกของทีมต้องรับกรรมโดนถมงานอยู่ฝ่ายเดียวจน Overload มองเผินๆ เราอาจจะคิดว่าเป็นแค่เรื่อง “สไตล์การทำงาน” หรือนิสัยส่วนตัวของคนในออฟฟิศ แต่ความจริงแล้ว นี่คือเรื่องของ “ธรรมาภิบาล” (Good Governance) ที่ใกล้ตัวเรามากๆ เพียงแต่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยต่างหาก!
          พอพูดคำว่าธรรมาภิบาล คนมักจะนึกถึงเรื่องใหญ่โตระดับนโยบายประเทศ หรือกฎหมายการทุจริตหนาๆ จนรู้สึกว่ามันไกลตัวและน่าเบื่อ แต่ในความเป็นจริง ธรรมาภิบาลมันสอดแทรกอยู่ในทุกลมหายใจของคนออฟฟิศ และสถานการณ์การโยนงานนี้แหละที่กำลังสั่นคลอนเสาหลักที่ชื่อว่า “หลักคุณธรรมและความเท่าเทียม” (Equity & Fairness) ของธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง
          คำว่า “เท่าเทียม” ในชีวิตการทำงาน ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องได้จำนวนชิ้นงานเท่ากันเป๊ะๆ แบบหุ่นยนต์นะครับ แต่มันคือการที่ทุกคนในทีมรับผิดชอบในส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่ และมีการ “กระจายงานตามศักยภาพและภาระหน้าที่อย่างเหมาะสม” ไม่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องกลายเป็นผู้เสียสละแบกรับความเสี่ยงหรือเหนื่อยตายอยู่ฝ่ายเดียวในขณะที่คนอื่นนั่งเนียน

ปัญหาเดอะแบกและทางออกธรรมาภิบาล

          แล้วเราจะดึง “ธรรมาภิบาล” ที่ดูเหมือนอยู่บนหิ้ง ลงมาใช้ในชีวิตจริงเพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

  1. 1. เริ่มที่โครงสร้าง (Job Description ต้องชัด) : ขอบเขตงานต้องไม่เบลอ การระบุหน้าที่ให้ชัดเจนจะช่วยลดข้ออ้างคำว่า “ไม่ใช่งานของฉัน” และลดโอกาสที่จะมีคนแอบเนียนโยนงานให้เพื่อน
  2. 2. น้ำใจต้องมาพร้อมความเกรงใจ : การช่วยเหลือกันในทีมเป็นเรื่องที่ดีมากครับ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการ “ไม่เอาเปรียบ” ไม่ใช่เห็นเขาใจดีหรือทำเก่ง ก็สถาปนาให้เขาเป็นคนรับผิดชอบถาวร
  3. 3. หัวหน้าต้องบริหารด้วยหลักคุณธรรม : คนแจกงานต้องมองเห็นปริมาณงานที่แท้จริง ไม่ใช่เอะอะก็ใช้แต่คนเดิมๆ เพราะสั่งง่าย แต่ต้องช่วย Monitor และ Balance งานให้เกิดความยุติธรรมในทีม

          เห็นไหมครับว่า ธรรมาภิบาลไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย แต่อยู่ในวิธีที่เราแบ่งงาน วิธีที่เราปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานในทุกๆ วัน การสร้างองค์กรที่ดีจึงเริ่มง่ายๆ จากตัวเราเอง แค่ทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา ไม่เอาเปรียบใคร และช่วยกันสร้างระบบที่เป็นธรรม
          เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ลองหันไปมองเดอะแบกข้างๆ คุณดูซักนิด แล้วถามเขาซักคำว่า “มีอะไรให้ช่วยแชร์ไหม” เท่านี้คุณก็กำลังขับเคลื่อนธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นจริงในออฟฟิศแล้วครับ

รวบรวมข้อมูลจาก  google gemini
ภาพ Infographic จาก NotebookLM

เรียบเรียงข้อมูล
Facebook Comments Box