Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ทำไมเด็ก Gen Z ไม่ค่อยเล่น Facebook? เมื่อพฤติกรรมออนไลน์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบปีก่อน Facebook เคยเป็นพื้นที่หลักของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์สถานะ แชร์รูปภาพ พูดคุยกับเพื่อน หรือแม้แต่ติดตามข่าวสารต่าง ๆ แต่ในวันนี้ หากลองถามนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือนักศึกษามหาวิทยาลัยว่า “เปิดแอปอะไรบ่อยที่สุด?” คำตอบที่ได้อาจกลายเป็น TikTok, Instagram หรือ YouTube มากกว่า Facebook

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “เด็ก Gen Z เลิกเล่น Facebook แล้วหรือ?” แต่คือ “พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างไร?”

Facebook ไม่ได้หายไป แต่บทบาทเปลี่ยนไป

เด็ก Gen Z จำนวนมากยังมีบัญชี Facebook และยังใช้งานอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่หลักในการแสดงตัวตนหรือเสพคอนเทนต์เหมือนในอดีต

Facebook ในปัจจุบันอาจถูกใช้เพื่อดูประกาศ เข้ากลุ่มโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ติดตามข่าวสารของหน่วยงาน ดู Marketplace หรือค้นหาข้อมูลบางอย่าง ขณะที่เวลาที่ใช้เพื่อความบันเทิงหรือดูคอนเทนต์ใหม่ ๆ กลับถูกแบ่งไปยังแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น

ดังนั้น การบอกว่า “เด็กไม่เล่น Facebook” อาจไม่ถูกทั้งหมด คำที่ใกล้เคียงกว่าคือ Facebook ไม่ใช่พื้นที่หลักของพวกเขาเหมือนเดิม

1. คนรุ่นใหม่ชอบคอนเทนต์ที่เร็วและเข้าประเด็น

พฤติกรรมการเสพสื่อของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างมาก คลิปวิดีโอสั้นที่สามารถเข้าใจได้ภายในไม่กี่วินาทีได้รับความนิยมสูง เพราะผู้ชมสามารถเลือกได้อย่างรวดเร็วว่าเนื้อหานั้นน่าสนใจหรือไม่

TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts จึงตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ได้ดี

ต่างจากการอ่านโพสต์ยาว ๆ หรือเลื่อนดู Feed ที่ประกอบด้วยข้อความ ข่าว ลิงก์ และภาพหลากหลายประเภท คนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับคอนเทนต์ที่มีภาพ เสียง การเคลื่อนไหว และเปิดเรื่องได้รวดเร็ว

ในโลกที่มีคอนเทนต์ให้เลือกนับไม่ถ้วน 3–5 วินาทีแรกจึงอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการดึงความสนใจของผู้ชม

2. ไม่จำเป็นต้อง “เป็นเพื่อนกัน” ก็เจอคอนเทนต์ที่ชอบได้

Facebook ในยุคแรกเติบโตจากระบบเพื่อน เราเพิ่มเพื่อน แล้วจึงเห็นสิ่งที่เพื่อนโพสต์

แต่แพลตฟอร์มอย่าง TikTok เปลี่ยนแนวคิดนี้ไปอย่างมาก ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้จักเจ้าของคอนเทนต์ ไม่จำเป็นต้องกดติดตามก่อน เพียงเปิดแอปก็สามารถพบกับวิดีโอที่ระบบคาดการณ์ว่าเราน่าจะสนใจได้ทันที

สิ่งนี้ทำให้การค้นพบคอนเทนต์ใหม่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก

เด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้ามาก่อน อาจเจอคลิป “เรียนวิศวกรรมไฟฟ้าต้องเจออะไรบ้าง?” บน TikTok และดูจนจบได้ โดยไม่จำเป็นต้องเคยกดติดตามเพจของมหาวิทยาลัยเลย

นี่คือความแตกต่างสำคัญของการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่

3. Facebook กลายเป็นพื้นที่ที่มี “ผู้ใหญ่” อยู่ด้วย

อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อพ่อแม่ ญาติ อาจารย์ องค์กร หน่วยงาน และผู้ใหญ่จำนวนมากเข้ามาอยู่บน Facebook พื้นที่แห่งนี้จึงอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็น “พื้นที่ของวัยรุ่น” เหมือนในอดีต

วัยรุ่นบางคนเลือกใช้ Instagram สำหรับการติดตามเพื่อน ใช้ TikTok เพื่อความบันเทิง และใช้แอปแชตสำหรับการพูดคุยแบบส่วนตัวมากกว่า

ในขณะที่ Facebook กลายเป็นพื้นที่สำหรับข่าวสาร ประกาศ กิจกรรม กลุ่ม หรือข้อมูลที่มีลักษณะเป็นทางการมากขึ้น

4. จาก “โพสต์เรื่องของฉัน” สู่ “ดูเรื่องที่ฉันสนใจ”

อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ คนรุ่นใหม่อาจโพสต์ชีวิตตัวเองน้อยลง แต่ใช้เวลามากขึ้นกับการดูคอนเทนต์ของคนอื่น

พวกเขาอาจสนใจคลิปรีวิวมหาวิทยาลัย ชีวิตนักศึกษา เทคนิคการเรียน อาชีพในอนาคต เทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า AI หรือเรื่องสนุก ๆ มากกว่าการโพสต์สถานะประจำวัน

จึงเกิดการเปลี่ยนจาก Social Network ที่เน้น “คนที่เรารู้จัก” ไปสู่ Content Network ที่เน้น “เรื่องที่เราสนใจ”

สำหรับหน่วยงานการศึกษา นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก

แล้วมหาวิทยาลัยควรเลิกใช้ Facebook หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ควร

Facebook ยังคงมีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการสื่อสารกับผู้ปกครอง ศิษย์เก่า บุคลากร ชุมชน และผู้ที่ต้องการข้อมูลอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่ควรเปลี่ยนไม่ใช่การเลิกใช้ Facebook แต่คือ ไม่ควรใช้ Facebook เพียงช่องทางเดียว

หากต้องการสื่อสารกับนักเรียน ม.ปลาย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของการรับสมัครนักศึกษา การสื่อสารควรกระจายไปยังแพลตฟอร์มที่เด็กใช้งานจริงด้วย

ตัวอย่างเช่น

บทความเรื่อง “รถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต้องใช้วิศวกรสาขาไหนบ้าง?” สามารถเขียนฉบับเต็มลงเว็บไซต์

จากนั้นนำไปทำเป็นคลิปสั้นว่า

“รู้ไหม? รถ EV 1 คัน ไม่ได้ใช้แค่วิศวกรไฟฟ้า”

แล้วแยกเป็นคลิปวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกลและหุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์และ AI วิศวกรรมเคมี พอลิเมอร์ และโยธา

จากหนึ่งบทความ จึงสามารถกลายเป็นคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบ

การสื่อสารยุคใหม่ ต้องไปอยู่ในที่ที่ผู้เรียนอยู่

หัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์การศึกษาในยุคนี้อาจไม่ใช่คำถามว่า

“เรามีเรื่องอะไรอยากบอกนักเรียน?”

แต่ควรถามเพิ่มว่า

“นักเรียนอยู่ที่ไหน สนใจอะไร และอยากรับข้อมูลในรูปแบบไหน?”

เพราะต่อให้เรามีหลักสูตรที่ดี ห้องปฏิบัติการที่พร้อม หรือกิจกรรมที่น่าสนใจ หากข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายไม่ค่อยเปิดดู โอกาสที่พวกเขาจะได้รับรู้ก็ลดลงตามไปด้วย

สำหรับ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการโพสต์ข่าวหรือประกาศรับสมัคร แต่ยังรวมถึงการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี ชีวิตนักศึกษา และเส้นทางอาชีพ มาถ่ายทอดให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม

เพราะสุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีเปลี่ยน แพลตฟอร์มเปลี่ยน และพฤติกรรมของผู้เรียนก็เปลี่ยนเช่นกัน

Facebook Comments Box