หน่วยงานท้องถิ่นที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารจะมีนักผังเมืองเป็นผู้พิจารณาพื้นที่ที่ยื่นขออนุญาตว่าสามารถก่อสร้างหรือดัดแปลงได้หรือไม่โดยมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่นักผังเมืองในหน่วยงานท้องถิ่น ที่จะต้องรับผิดชอบการตรวจสอบรูปแบบรายการ ในการยื่นขออนุญาตอาคาร ดังนี้
1.ประเภทและขนาดกิจการ
ประเภท เช่น อาคารอยู่อาศัย อาคารอยู่อาศัยรวม หอพัก บ้านแถว บ้านแฝด โรงแรม โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ อาคารสาธารณะ โรงงาน คลังสินค้า ฯลฯ
-ขนาดกิจการ จะต้องพิจารณาจากพื้นที่และความสูงอาคาร เช่น อาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง
(ข)ประเภท ชนิด ขนาด ความสูงและลักษณะของอาคาร
-ประเภท เช่น อาคารอยู่อาศัย อาคารอยู่อาศัยรวม หอพัก บ้านแถว บ้านแฝด โรงแรม โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ อาคารสาธารณะ โรงงาน คลังสินค้า ฯลฯ
-ชนิด เช่น อาคารโครงสร้างเหล็ก โครงสร้างไม้ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและโครงสร้างเหล็ก ฯลฯ
-ขนาด จะต้องพิจารณาจากพื้นที่และความสูงอาคาร เช่น อาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง
-ความสูง จะต้องแสดงความสูงอาคาร ตามกฎหมายควบคุมอาคาร เช่น ความสูงอาคารตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ความสูงอาคารตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ความสูงอาคารตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544 รวมทั้งความสูงอาคารตามกฎหมายผังเมืองรวม ซึ่งบางฉบับจะกำหนดตามกฎหมายควบคุมอาคาร หรือบางฉบับอาจจะกำหนดความสูงจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงระดับสูงสุดของอาคาร
(ค)อัตราส่วนพื้นที่ของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
FAR….Floor Area Ratio ซึ่งในแต่ละพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ในแต่ละโวนจะไม่เท่ากัน เช่น FAR 10:1 , 8:1 , 6:1 หรือแม้กระทั่ง 0.5:1 ก็ยังมีการบังคับใช้
ซึ่งการคิดพื้นที่ของอาคาร จะต้องคิดรวมทุกอาคารที่ตั้งอยู่ในแปลงที่ดินที่ใช้ในการยื่นขออนุญาตฯ ในครั้งนั้นๆ ซึ่งอาจจะมีหลายแปลงหรือแปลงเดียวก็ได้
(ง)อัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมที่ดินต่อพื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร BCR …Building Cover Ratio หรืออัตราส่วนพื้นที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมดินของแปลงที่ดินที่อาคารตั้งอยู่ต่อพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคาร OSR Open Space Ratio
ซึ่งในกฎหมายผังเมืองรวมส่วนใหญ่จะต้องกำหนดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และส่วนใหญ่จะกำหนด OSR มากกว่า ซึ่งหากมีพื้นที่รวมของอาคารมากก็จะทำให้มีที่ว่างมากขึ้นตามไปด้วย และโดยทั่วไป OSR จะกำหนดให้มากกว่าที่ว่างของกฎหมายควบคุมอาคารเสมอ เช่นร้อยละ 12.5 ของ FAR
รวมทั้งที่ว่างในแต่ละโซนที่กำหนดไว้ในกฎหมายผังเมือง ซึ่งจะเข้มข้นหรือมากกว่า ที่ว่างในข้อ 33 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55
(จ)ระยะถอยร่นจากแนวธรรมชาติ ถนน แนวเขตที่ดิน อาคาร แหล่งทรัพยากรน้ำสาธารณะ และสถานที่อื่นๆ ที่จำเป็น รวมทั้งพื้นที่แนวกันชน
-ระยะถอยร่นจากแนวธรรมชาติ เช่น ที่ว่างที่กำหนดในกฎหมายผังเมืองตามแนวขนานไปกับสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
-ระยะถอยร่นจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะตามข้อ 42 กฎกระทรวงฉบับที่ 55
-ระยะถอยร่นจากถนน ตามข้อ 41 กฎกระทรวงฉบับที่ 55
-ที่ว่างด้านหน้าอาคารที่ติดกับถนนสาธารณะ ที่จะต้องมีตามกฎหมายผังเมือง รวมทั้งที่ว่างด้านหน้าอาคารตามประกาศกรมทางหลวง
-ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน ที่ว่าง โดยรอบอาคารกับแนวเขตที่ดิน เช่น อาคารอยู่อาศัย หรืออาคารที่มีขนาดและความสูงตามที่กำหนดในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544 ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าง โดยรอบของคลังสินค้า หรือ โรงงาน ตามข้อ 38 และ ข้อ 39 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55
-ระยะถอยร่นอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดเป็นที่ว่างโดยรอบอาคารกับอาคาร เช่น อาคารอยู่อาศัย หรืออาคารที่มีขนาดและความสูงตามที่กำหนดในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544 ในเขตกรุงเทพมหานคร
หรือ
ที่ว่าง โดยรอบของคลังสินค้า หรือ โรงงาน ตามข้อ 38 และ ข้อ 39 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55 หรือ
ที่ว่างโดยรอบของอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ในกฎกระทรวงฉบับที่ 33
-ที่ว่าง โดยรอบระหว่างอาคารของคลังสินค้า หรือ โรงงาน ตามข้อ 38 และ ข้อ 39 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55
-ระยะห่าง ผนังกับผนัง หรือ ผนังกับระเบียง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 61
-ระยะถอยร่นจากเขตแหล่งทรัพยากรน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง บึง ทะเลสาบ ทะเล และ
-ระยะถอยร่นจากสถานที่อื่นๆที่จำเป็น เช่น ศาสนสถาน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งพื้นที่แนวกันชนด้วย เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน
(ฉ)ขนาดของแปลงที่ดินที่จะอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร
โดยจะต้องทำการแปลงขนาด จาก ไร่-งาน-ตารางวา ให้เป็น ตารางเมตร เพื่อที่จะสามารถนำไปตรวจสอบที่ว่าง ตามกฎหมายผังเมืองหรือที่ว่างตามกฎหมายควบคุมอาคารได้
(ช)ข้อกำหนดอื่นที่จำเป็นโดยรัฐมนตรีประกาศกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการผังเมือง
การพิจารณาตรวจสอบจึงควรศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาที่จะดำเนินการส่งต่อเพื่อตรวจสอบรูปแบบรายการในภาระงานของสถาปนิก วิศวกร จนถึงกระบวนการออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลง (อ.1) ต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามกฎหมายผังเมืองที่จะมีผลในการพัฒนาบ้านเมืองหรือทางกายภาพที่จะเป็นผลดีต่อประเทศในกาลข้างหน้า