Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

คัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT: เรื่องที่คนกลุ่มเสี่ยงควรรู้

19 ธันวาคม 2568

บทความโดย อ.พญ.ธันยาพร ดิเรกสุนทร

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิค

สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์


ทำไมมะเร็งปอดจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากมักถูกวินิจฉัยในระยะท้าย เมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว ทำให้โอกาสรักษาหายขาดลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง จึงมีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในปัจจุบัน คือการตรวจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีต่ำ หรือ Low-Dose CT (LDCT)

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT Chest Scans


มะเร็งปอดเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในประชากรทั่วโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยระยะท้ายที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในกลุ่มเสี่ยงสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถเพิ่มโอกาสรักษาหายขาดและลดอัตราการเสียชีวิตได้ (1) บทความนี้จะกล่าวถึงบทบาทของเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีต่ำ (Low-Dose CT, LDCT) ในการคัดกรองมะเร็งปอด เปรียบเทียบกับการตรวจเอ็กซเรย์ปอดทั่วไป ตลอดจนแนวทางข้อบ่งชี้ตามคำแนะนำสากลและประเทศไทย รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ความสำคัญและประสิทธิภาพของ LDCT ในการคัดกรองมะเร็งปอด 

การตรวจเอ็กซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพียงอย่างเดียวเคยถูกศึกษาสำหรับการคัดกรองมะเร็งปอด แต่ผลการวิจัยชี้ว่าไม่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่แนะนำให้ใช้การคัดกรองด้วยวิธีนี้ (1) ในทางตรงกันข้าม การตรวจ LDCT ทรวงอกสามารถตรวจพบรอยโรคหรือก้อนมะเร็งขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ก่อนผู้ป่วยมีอาการ ด้วยภาพสามมิติความละเอียดสูงที่ให้รายละเอียดเนื้อปอดมากกว่าเอ็กซเรย์ปอดทั่วไป ช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบมะเร็งระยะเริ่มต้นได้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที ผลการศึกษาขนาดใหญ่อย่าง National Lung Screening Trial (NLST) ในสหรัฐอเมริกา พบว่าการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงด้วย LDCT เป็นประจำสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดลงได้ประมาณ 20% เมื่อเทียบกับการใช้เอ็กซเรย์ปอดในการคัดกรอง (2) ปัจจุบันการตรวจ LDCT ได้รับการยอมรับและบรรจุในโปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอดสำหรับผู้สูบบุหรี่จัดที่มีความเสี่ยงสูงในหลายประเทศ (2) รวมถึงมีการนำมาใช้ในประเทศไทยในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าข่ายความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน (3) 

แนวทางและข้อบ่งชี้ตามคำแนะนำสากลและประเทศไทย 

แนวทางสากลหลายองค์กรได้กำหนดเกณฑ์ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งปอดด้วย LDCT เป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้สูบบุหรี่หนักและมีอายุมาก ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการบริการป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (USPSTF) แนะนำให้คัดกรองด้วย LDCT ในผู้ที่มีอายุ 50–80 ปี มีประวัติสูบบุหรี่ ≥20 pack-years และยังสูบบุหรี่หรือเลิกสูบไม่เกิน 15 ปี (4) ส่วนแนวทางของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN) ก็มีข้อแนะนำใกล้เคียงกัน คือแนะนำการตรวจในผู้ที่อายุประมาณ 55–74 ปีที่เคยสูบบุหรี่มาก ≥30 pack-years (หากเลิกสูบต้องไม่เกิน 15 ปี) และยังพิจารณาขยายครอบคลุมถึงผู้ที่อายุ ≥50 ปีที่มีประวัติสูบบุหรี่ ≥20 pack-years ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม (เช่น ประวัติโรคปอดเรื้อรังหรือประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด) (5) สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีโครงการคัดกรองมะเร็งปอดระดับชาติอย่างเป็นทางการ แต่แนวทางเวช

ปฏิบัติภายในประเทศและความเห็นผู้เชี่ยวชาญก็สอดคล้องกับเกณฑ์สากลดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่สูบบุหรี่จัดมายาวนานและมีอายุมากเป็นหลักในการพิจารณาส่งตรวจ LDCT (3) ทั้งนี้ ยังไม่มีคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองในผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ เนื่องจากยังขาดหลักฐานว่าคุ้มค่าประโยชน์เมื่อเทียบกับความเสี่ยง (4) 

ความปลอดภัย ปริมาณรังสี และข้อควรระวังในการตรวจ 

แม้การตรวจ LDCT จะเกี่ยวข้องกับการรับรังสีเอกซเรย์ แต่ก็ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่า CT ปอดปกติมาก (ประมาณ 1.5 mSv ต่อการตรวจ เทียบกับ CT ทรวงอกมาตรฐาน 7 mSv และภาพเอ็กซเรย์ปอด 0.1 mSv ต่อฟิล์ม) (6) การใช้เทคนิค LDCT จึงอยู่ภายใต้หลักการ ALARA (as low as reasonably achievable) เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยความเสี่ยงจากรังสีต่ำที่สุดแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ การตรวจ LDCT ไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี จึงลดความเสี่ยงจากการแพ้สารทึบสีหรือผลข้างเคียงต่อไตลงอีกด้วย อย่างไรก็ดี แพทย์ควรชี้แจงผู้ป่วยถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการคัดกรอง ได้แก่ ผลบวกลวง (false positive) จากการตรวจพบรอยโรคหรือก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง ทำให้ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมหรือผ่าตัดโดยไม่จำเป็น, การได้รับรังสีซ้ำซ้อน จากการตรวจติดตามผลเป็นประจำทุกปี, และความวิตกกังวลของผู้ป่วยจากผลตรวจที่ไม่แน่นอน (5) การประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลและการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนเริ่มโปรแกรมคัดกรองควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอย่างรอบคอบ ในภาพรวมแล้ว สำหรับผู้ที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงสูง การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย LDCT ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระดับที่ยอมรับได้ในการช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด (2) โดยมีคำแนะนำให้ดำเนินการตรวจภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางและตามแนวทางมาตรฐานที่วางไว้ 

คัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT: เรื่องที่คนกลุ่มเสี่ยงควรรู้
รูปที่ 1 คัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT: เรื่องที่คนกลุ่มเสี่ยงควรรู้

คำสำคัญ: มะเร็งปอด; LDCT; การคัดกรอง; เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณต่ำ

เอกสารอ้างอิง (References) 

1. Oken MM, et al. Screening by chest radiograph and lung cancer mortality: the Prostate, Lung, Colorectal, and Ovarian (PLCO) randomized trial. JAMA. 2011;306(17):1865-73. 

2. Aberle DR, et al. Reduced lung-cancer mortality with low-dose computed tomographic screening. N Engl J Med. 2011;365(5):395-409. 

3. วันพามี ผิวทอง, กฤตญา สายศิวานนท์, ไพฑูรย์ ฉายอรุณ. การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีขนาดต่ำ. วารสารรังสีวิทยาศิริราช. 2562;6(1):26-30. 

4. US Preventive Services Task Force. Screening for lung cancer: US Preventive Services Task Force recommendation statement. JAMA. 2021;325(10):962-970. 

5. วศิน จิริศานต์. Low-dose computed tomography: คัดกรองมะเร็งปอดเทียบกับ Chest X-Ray และใครควรได้รับการตรวจ. [ออนไลน์]. กรุงเทพฯ: โรงพยาบาลบีเอ็นเอช; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 15 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.bnhhospital.com/th/article/low-dose-computed-tomography 

6. ศิระ เลาหทัย. คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในยุค PM2.5. [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 15 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://siradoctorlung.com/คำแนะนำการตรวจคัดกรองม/