Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคงูสวัดและวัคซีนป้องกัน

ที่มาข้อมูล : ฝ่ายเภสัชกรรม ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

โรคงูสวัด คืออะไร ?

โรคงูสวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส “วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella zoster)” ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยการติดเชื้อครั้งแรกจะทำให้เป็นโรคอีสุกอีใสก่อน หลังจากอาการดีขึ้น ไวรัสบางส่วนจะแฝงอยู่ในปมประสาท โดยโรคงูสวัดจะแสดงอาการเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีกี่ชนิด ? ปัจจุบันมี 2 ชนิด คือชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ และวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีประโยชน์อย่างไร ? ป้องกันการเกิดโรคงูสวัด และลดอาการแทรกซ้อน เช่นอาการปวดปลายประสาทหลังหายจากโรคงูสวัด

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดต้องฉีดกี่เข็ม และมีวิธีการฉีดอย่างไร ? สำหรับวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็ม

· ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ฉีดห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน

· ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัด เช่น ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฉีดห่างกัน 1 ถึง 2 เดือน

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีอะไรบ้าง ?

หลังฉีดวัคซีนอาจมีอาการ ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง โดยส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง และมีอาการประมาณ 2-3 วัน อาการข้างเคียงอีกอย่างที่อาจพบได้น้อยมากๆ คือ กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร ซินโดรม (Guillain-Barré syndrome) โดยมักเกิดภายใน 42 วันหลังจากฉีดวัคซีน โดยผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีน

· ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เพื่อป้องกันโรคอีสุกอีใส · สำหรับผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อน สามารถฉีดวัคซีนงูสวัดได้โดยเว้นระยะห่างหลังจากเป็นงูสวัดอย่างน้อย 3-6 เดือน

Facebook Comments Box