Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ความแตกต่างระหว่างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (RSV Monoclonal Antibody) และวัคซีน RSV สำหรับทารกและเด็กเล็ก

ที่มาข้อมูล : ฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus; RSV) : เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ก่อโรคระบบหายใจเฉียบพลันในเด็ก ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน การติดเชื้อ RSV ครั้งแรกสามารถทําให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดอักเสบ การติดเชื้ออาจรุนแรง ทำให้จําเป็นต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนอาจเสียชีวิตได้

การระบาดของเชื้อ RSV ในประเทศไทย: เริ่มเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม และระบาดสูงสุดในเดือนสิงหาคม – ตุลาคม หลังจากนั้นจะลดน้อยลงไปเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่จําเพาะต่อการติดเชื้อ RSV แต่มีทางเลือกในการสร้างภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์ หรือฉีดภูมิคุ้มกันสําเร็จรูปให้ทารกหลังคลอด

 ความแตกต่างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (RSV monoclonal Antibody) วัคซีน RSV (RSV Vaccine)
กลุ่มเป้าหมายทารก และเด็กเล็ก ( แรกเกิด-2 ปี)หญิงตั้งครรภ์ 24-36 สัปดาห์* *เฉพาะชื่อการค้า Abrysvo เท่านั้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแบบรับมา ในเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 เดือน หลังการ สร้างภูมิคุ้มกันของมารดาในระหว่างตั้งครรภ์
รูปแบบการสร้างภูมิคุ้มกันฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปโดยตรง  ไม่ผ่านกระบวนการสร้างจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง
ขนาดและวิธีใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักเด็ก *จำนวนครั้งในการฉีดขึ้นกับชนิดยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 ครั้ง (0.5 mL)
ช่วงเวลาที่ควรได้รับยา/วัคซีนฉีดในช่วงฤดูกาลที่มีการระบาด (ประมาณเดือนมิถุนายน–ตุลาคม)ฉีดได้ตลอดทั้งปี ในช่วงอายุครรภ์ 24 – 36 สัปดาห์  โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่มีการระบาด
อาการข้างเคียงไข้ ผื่น และอาการปวด บวม แดงในตำแหน่งที่ฉีดยาปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ
Facebook Comments Box