Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

THE กับ QS: อ่านอันดับมหาวิทยาลัยโลกอย่างไรให้เข้าใจ

ทุกครั้งที่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประกาศออกมา มักมีคำถามตามมาเสมอว่า ทำไมมหาวิทยาลัยเดียวกันจึงได้อันดับใน QS กับ THE ต่างกันมากนัก บางแห่งอยู่ในกลุ่มสองร้อยอันดับแรกของระบบหนึ่ง แต่ไปอยู่ช่วงห้าร้อยกว่าในอีกระบบหนึ่ง

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่มีระบบใดผิด ทั้งสองระบบเพียง ตั้งคำถามคนละข้อ ใช้ข้อมูลคนละช่วงเวลา และนับจำนวนคนกับจำนวนผลงานด้วยวิธีที่ต่างกัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่อันดับที่ 212 ของโลกใน QS World University Rankings 2027 (กรมประชาสัมพันธ์) แต่อยู่ในช่วงอันดับ 501–550 ใน THE World University Rankings 2027 (THE)

บทความนี้สรุปความแตกต่างของทั้งสองระบบจากเอกสารวิธีการจัดอันดับฉบับ 2027 ซึ่ง QS ประกาศผลเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 และ THE ประกาศผลเมื่อเดือนกันยายน 2569 ตัวเลขทุกตัวมีลิงก์ไปยังแหล่งที่มา ผู้อ่านจึงตรวจสอบเองได้ทุกจุด

ตารางสรุป: เทียบเกณฑ์ THE กับ QS ข้อต่อข้อ

เกณฑ์ THE WUR 2027 QS WUR 2027
ประกาศผล กันยายน 2569 มิถุนายน 2569
จำนวนตัวชี้วัด 17 ตัว ใน 5 ด้าน 9 ตัว (ที่มีน้ำหนัก) ใน 5 ด้าน
คะแนนจากแบบสำรวจชื่อเสียง 33% 45%
คะแนนจากผลงานตีพิมพ์และการอ้างอิง 40% 25%
ตัวชี้วัดที่ใช้ข้อมูลการเงิน 10% ไม่มี
การมีงานทำของบัณฑิต / ความยั่งยืน ไม่มี 5% / 5%
ประเภทผลงานที่นับ (Scopus) 5 ประเภท 10 ประเภท
ช่วงปีของผลงาน ค.ศ. 2021–2025 (นับการอ้างอิงถึง 2026) ย้อนหลัง 5 ปี (นับการอ้างอิง 6 ปี)
วิธีคิดคะแนนงานวิจัย เฉลี่ยต่อบทความ หรือหารด้วยจำนวนบุคลากร การอ้างอิงรวม ÷ จำนวนอาจารย์ ปรับให้ 5 กลุ่มสาขามีน้ำหนักเท่ากัน
บทความที่มีผู้ร่วมมาก ไม่ตัดออก บทความที่มีผู้เขียนเกิน 1,000 คนนับแบบเศษส่วน ตัดบทความที่มีสถาบันร่วมเกินเพดานของสาขา
การอ้างอิงตนเอง (self-citation) ไม่ได้ระบุว่าตัด ตัดออกที่ระดับผู้เขียน
ปีของข้อมูลสถาบัน ปีที่สิ้นสุดใน ค.ศ. 2024 ปีการศึกษาก่อนรอบจัดอันดับ (ไม่ระบุปี)
นักวิจัยที่ทำวิจัยอย่างเดียว แยกออกจากอาจารย์ นับรวมเป็นอาจารย์ (faculty)
ผู้บริหาร นับเฉพาะภาระงานที่เกี่ยวกับงานวิชาการ นับ เช่น อธิการบดี หัวหน้าส่วนงานวิชาการ
ผู้ตอบแบบสำรวจชื่อเสียง เชิญเฉพาะนักวิชาการที่มีผลงานตีพิมพ์ มหาวิทยาลัยส่งรายชื่อไม่ได้ หลายช่องทาง รวมรายชื่อที่มหาวิทยาลัยส่ง (ไม่เกิน 400 รายชื่อ)
เสนอชื่อได้ต่อคน 30 แห่ง (สอน 15 + วิจัย 15) จากทั่วโลก 40 แห่ง (ในประเทศ 10 + ต่างประเทศ 30)
น้ำหนักคะแนนในประเทศ ไม่แยก 15% (ต่างประเทศ 85%)
รวมผลแบบสำรวจ 2 ปี 5 ปี
เกณฑ์ผลงานขั้นต่ำ มากกว่า 1,000 เรื่องใน 5 ปี และมากกว่า 100 เรื่องต่อปี อย่างน้อย 100 เรื่องใน 5 ปี
เกณฑ์ชื่อเสียงขั้นต่ำ ไม่มี ต้องอยู่ใน 20% แรกของโลก
เงื่อนไขอื่น เปิดสอนปริญญาตรี ผลงานไม่กระจุกในสาขาเดียวเกิน 80% ส่งข้อมูลครบ เปิดสอนทั้งปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา อย่างน้อย 2 กลุ่มสาขา ติดอันดับระดับภูมิภาค

ที่มา: THE 2027 methodology, THE Portal Guide, QS methodology, QS Support, QS Citations per Faculty, QS Survey Guidelines, QS Academic Reputation, Elsevier · รายละเอียดแต่ละข้ออยู่ในหัวข้อถัดไป

สองระบบให้น้ำหนักกับอะไรต่างกัน

THE ระบุว่าตนเองประเมิน “มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย” ครอบคลุมทุกพันธกิจ โดยใช้ตัวชี้วัด 17 ตัว ขณะที่ QS ใช้ตัวชี้วัดที่มีน้ำหนัก 9 ตัว และให้คะแนนเกือบครึ่งหนึ่งมาจากแบบสำรวจชื่อเสียง

 

Ranking

ภาพที่ 1 น้ำหนักคะแนนของ THE และ QS ฉบับ 2027 จัดกลุ่มตามประเภทข้อมูล (จัดทำโดยผู้เขียนจาก THE 2027 methodology และ QS Support)

จากภาพจะเห็นว่า THE ให้น้ำหนักกับผลงานตีพิมพ์และการอ้างอิงมากที่สุด (40%) และเป็นระบบเดียวที่ใช้ข้อมูลการเงิน ส่วน QS ให้น้ำหนักกับแบบสำรวจชื่อเสียงมากที่สุด (45%) และเป็นระบบเดียวที่วัดการมีงานทำของบัณฑิตและความยั่งยืน ตัวชี้วัดเดี่ยวที่มีน้ำหนักสูงสุดของ THE คือชื่อเสียงด้านการวิจัย (18%) ส่วนของ QS คือชื่อเสียงทางวิชาการ (30%)

4 เรื่องที่ทำให้ผลอันดับต่างกัน

1. นับงานวิจัยคนละแบบ

THE นับผลงานในฐานข้อมูล Scopus 5 ประเภท ได้แก่ บทความวิจัย บทความปริทัศน์ บทความในการประชุมวิชาการ หนังสือ และบทในหนังสือ ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2021–2025 จากนั้นนำมาเฉลี่ยต่อบทความ หรือหารด้วยจำนวนบุคลากร (THE 2027 methodology)

QS นับจำนวนครั้งที่ผลงานย้อนหลัง 5 ปีถูกอ้างอิง (ครอบคลุมเอกสาร 10 ประเภท) แล้วหารด้วยจำนวนอาจารย์ โดยตัดการอ้างอิงผลงานของตนเอง (self-citation) ออก และไม่นับบทความที่มีสถาบันร่วมเขียนเกินเพดานที่กำหนดในแต่ละสาขา (QS, Elsevier)

2. ใช้ข้อมูลคนละปี

THE ฉบับ 2027 ใช้ข้อมูลของ “ปีที่สิ้นสุดในปี ค.ศ. 2024” (THE Portal Guide) ซึ่งสำหรับมหาวิทยาลัยไทยตรงกับปีการศึกษา 2566

ส่วน QS ระบุเพียงว่าใช้ “ปีการศึกษาก่อนรอบการจัดอันดับ” ซึ่งสำหรับประเทศในซีกโลกเหนือคือช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงกรกฎาคม โดยไม่ได้ระบุปีกำกับไว้ (QS Support) หากเป็นปีการศึกษา 2567 ข้อมูลที่ THE ใช้ก็จะเก่ากว่าประมาณ 1 ปี

3. นิยาม “อาจารย์” ไม่เหมือนกัน

QS นับทั้งบุคลากรสายสอนและสายวิจัยเป็น “อาจารย์” (faculty) (QS) รวมถึงนักวิจัยหลังปริญญาเอก และระบุชัดว่านับผู้บริหาร เช่น อธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานวิชาการ (QS Handbook)

THE แยกนักวิจัยที่ทำวิจัยอย่างเดียวออกจากอาจารย์ ส่วนผู้บริหารให้นับเฉพาะภาระงานที่เกี่ยวกับงานวิชาการ และหักงานบริหารที่อยู่นอกขอบเขตวิชาการออกได้ (THE Portal Guide, FAQ 33)

ด้วยเหตุนี้ จำนวนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันรายงานต่อสองระบบจึงอาจไม่เท่ากัน แม้จะถูกต้องตามนิยามของแต่ละระบบก็ตาม

4. โหวตชื่อเสียงคนละกติกา

Unirank
ภาพที่ 2 จำนวนมหาวิทยาลัยที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 1 คนเสนอชื่อได้ (จัดทำโดยผู้เขียนจาก THE 2027 methodology, QS Survey Guidelines และ QS Academic Reputation)

ข้อควรรู้: ใครเป็นผู้ตอบแบบสำรวจชื่อเสียง

  • THE เชิญเฉพาะนักวิชาการที่มีประสบการณ์และมีผลงานตีพิมพ์เป็นที่ประจักษ์ เป็นแบบสำรวจที่ตอบได้เฉพาะผู้ได้รับเชิญ มหาวิทยาลัยส่งรายชื่อให้ไม่ได้ และบุคคลสมัครเองไม่ได้ (THE)
  • QS รวบรวมผู้ตอบจากหลายช่องทาง ได้แก่ ผู้ตอบเดิม ผู้ที่ลงทะเบียนเอง ฐานข้อมูลของ QS และรายชื่อที่มหาวิทยาลัยส่งให้ ได้แห่งละไม่เกิน 400 รายชื่อต่อแบบสำรวจ (QS Academic Reputation, QS Survey Guidelines)

เมื่อผู้ตอบมาคนละทาง และกติกาการเสนอชื่อก็ต่างกัน คะแนนชื่อเสียงของสองระบบจึงนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ด่านแรกของการติดอันดับ

ก่อนจะได้คะแนนใด ๆ มหาวิทยาลัยต้องผ่านเกณฑ์เข้าก่อน ด่านแรกของ THE คือปริมาณผลงานตีพิมพ์ (มากกว่า 1,000 เรื่องใน 5 ปี) ส่วนด่านแรกของ QS คือชื่อเสียงทางวิชาการที่ต้องอยู่ใน 20% แรกของโลก ควบคู่กับผลงานอย่างน้อย 100 เรื่องใน 5 ปี (THE 2027 methodology, QS methodology)

Ranking/walailak

ภาพที่ 3 จำนวนสถาบันที่ QS ประเมินและจัดอันดับในฉบับ 2027 (จัดทำโดยผู้เขียนจาก QS methodology, ประกาศผล QS WUR 2027 และ 2027 QS Rankings fact sheet, University of Saskatchewan)

ข้อควรรู้: ทุกแห่งที่ติด QS ผ่านเกณฑ์ Top 20% มาแล้ว

มหาวิทยาลัยทุกแห่งที่ปรากฏใน QS World University Rankings ไม่ว่าจะอยู่อันดับใด ต้องได้รับการเสนอชื่อจากนักวิชาการมากพอจะอยู่ในกลุ่ม 20% แรกของโลกด้านชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) ก่อน จึงจะได้รับการจัดอันดับ (QS methodology) ในฉบับ 2027 มีสถาบันที่ผ่านทุกเกณฑ์และได้รับการจัดอันดับประมาณ 17% ของสถาบันที่ QS พิจารณา

ไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ

จุดเด่น ข้อจำกัด
THE มีตัวชี้วัด 17 ตัว ครอบคลุมการสอน การวิจัย ความเป็นนานาชาติ และการถ่ายทอดสู่อุตสาหกรรม ตัวชี้วัดด้านวิจัยปรับตามสาขาและจำนวนบุคลากร ฉบับ 2027 ใช้ข้อมูลของปีที่สิ้นสุดใน ค.ศ. 2024 และ THE ยอมรับเองว่าตัวชี้วัดทุนวิจัย “ค่อนข้างเป็นที่ถกเถียง” เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายและสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
QS มีมุมมองของนายจ้าง การมีงานทำของบัณฑิต และความยั่งยืน อีกทั้งปรับให้งานวิจัย 5 กลุ่มสาขามีน้ำหนักเท่ากัน คะแนน 45% มาจากแบบสำรวจ และไม่นับบทความที่มีสถาบันร่วมเขียนเกินเพดาน

ความแตกต่างนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่ทำให้เราเห็นมหาวิทยาลัยเดียวกันจากคนละมุม THE สะท้อนงานวิจัย การสอน และทรัพยากร ส่วน QS สะท้อนชื่อเสียงในสายตานักวิชาการและนายจ้าง ทุกครั้งที่อ้างอิงผลอันดับ จึงควรระบุชื่อระบบและฉบับปีให้ชัดเจนทุกครั้ง

บทส่งท้าย: จะแข่งกับโลกได้ ต้องเดินไปด้วยกัน

ทั้ง THE และ QS ต่างเป็นเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ว่า “ระบบไหนถูก” แต่คือ “เราจะใช้ผลจากแต่ละระบบพัฒนาอะไร”

หากต้องการแข่งขันกับต่างประเทศ มหาวิทยาลัยไทยจำเป็นต้องร่วมมือกัน ทั้งงานวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา การสร้างเครือข่ายนานาชาติ ไปจนถึงการแบ่งปันแนวทางการรายงานข้อมูลให้ถูกต้องตามนิยามของแต่ละระบบ

เพราะหากเราอยากให้ประเทศไทยเป็นปลายทางการศึกษาของภูมิภาค คงไม่เพียงพอหากมีมหาวิทยาลัยที่เป็นทางเลือกเพียง 1–2 แห่ง จากมหาวิทยาลัยไทยกว่า 100 แห่ง แต่ต้องมีมหาวิทยาลัยที่หลากหลาย ในหลายสาขาวิชา ให้นักศึกษาและนักวิชาการได้เลือก

ข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 อ้างอิงการจัดอันดับฉบับ 2027 ของทั้งสองระบบ ภาพประกอบทั้งหมดจัดทำโดยผู้เขียนจากข้อมูลในเอกสารต้นทางที่อ้างอิงไว้ ไม่ได้คัดลอกภาพจากเว็บไซต์ของ THE หรือ QS

แหล่งข้อมูลอ่านเพิ่มเติม

Facebook Comments Box