กระชับทุกสัดส่วนกับกีฬาว่าย

บทความโดย นางสาวจุฑารัฐ ไชยสาร ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมและการกีฬา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

การว่ายน้ำ เป็นกิจกรรมทางน้ำที่เล่นกันได้ทุกเพศทุกวัย และยังมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายชนิดอื่น ๆ และยังเป็นผลดีต่อข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย และยังช่วยฟื้นฟูสุขภาพของหัวใจ หากเรียนรู้วิธีการว่ายน้ำที่ถูกต้องก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการว่ายน้ำเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

กีฬาว่ายน้ำนับว่าเป็นกีฬายอดนิยมกีฬาหนึ่ง ไม่ใช่เพียงเป็นกีฬาเพื่อการแข่งขันเท่านั้นแต่ยังมีส่วนร่วมในการดำรงชีวิตมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด การว่ายน้ำเพื่อหาปลา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2416 ที่วูลิช บาร์ท ประเทศอังกฤษ โดยในสมัยนั้นกติกาไม่เคร่งครัดมาก จะว่ายแบบใดก็ได้ ขอแค่ถึงเส้นชัยก็เพียงพอ และหลังจากเกิดการแข่งขันว่ายน้ำครั้งนั้นได้จบลง ประชาชนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2436 กีฬาว่ายน้ำได้ถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรก สำหรับกีฬาว่าน้ำในประเทศไทยนั้น ได้มีการจดทะเบียนสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทยต่อกรมตำรวจ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2502 โดยมี พล.ร.ท.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เป็นนายกสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทยคนแรก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ในปี พ.ศ. 2504 และในปีพ.ศ. 2548 สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาทางน้ำหลายชนิดทั้งว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ และระบำใต้น้ำ

การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันหลากหลายประเภท แยกประเภทการแข่งขันจากท่าการว่าย, ระยะทาง, การว่ายคนเดียวหรือการว่ายเป็นทีม (ว่ายผลัด)  สำหรับท่าการว่ายในการแข่งขันว่ายน้ำ มีอยู่ 4 ท่าด้วยกัน ได้แก่
1.ท่าฟรีสไตล์ เป็นท่าว่ายอย่างไรก็ได้ ขอให้ต่างจากท่าผีเสื้อ ท่ากบ และท่ากรรเชียง ซึ่งส่วนมากที่เห็นกันคือ การสาวมือว่ายสลับกันไปมาซ้ายขวา
2.ท่าผีเสื้อ เป็นการว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างจะต้องยกเหนือน้ำพร้อมกัน
3.ท่ากบ เป็นท่าว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างต้องพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกัน ส่วนข้อศอกอยู่ใต้ผิวน้ำ พร้อมกับเตะเท้าไปด้านหลังด้วย ถือว่าเป็นท่าที่ว่ายได้ช้าที่สุด
4.ท่ากรรเชียง เป็นท่าว่ายแบบนอนหงาย มือสองข้างสลับกันสาวน้ำ เพื่อให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า

กติกากีฬาว่ายน้ำในปัจจุบันนั้นจะขึ้นอยู่กับการแข่งขันว่าเป็นการแข่งขันว่ายท่าใด และมีระยะทางเท่าใด ซึ่งผู่เข้าแข่งขันต้องว่ายตามที่กติกาในแต่ละครั้งได้กำหนดไว้ ซึ่งใครเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกก็จะเป็นผู้ชนะ เช่น การแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ผู้เข้าแข่งขันจะต้องว่ายด้วยท่าฟรีสไตล์ ในระยะทาง 100 เมตร แต่ว่า ระยะทางที่ยาวที่สุดของสระว่ายน้ำ คือ 50 เมตร ฉะนั้น ผู้แข่งขันจึงต้องว่ายกลับตัว 1 ครั้ง เป็นการว่ายไปกลับ 1 รอบ จึงจะได้ระยะทาง 100 เมตร การปล่อยตัวก่อนการว่าย กรรมการจะเป่าเสียงนกหวีดยาว เพื่อให้นักว่ายน้ำขึ้นบนแท่นกระโดด ต่อมาเมื่อกรรมการจะบอกว่า “เข้าที่” ผู้แข่งขันจึงก้าวไปยืนที่ปลายแท่นกระโดด รอกรรมการให้สัญญาณปล่อยตัวเป็นเสียงปืน ออด หรือนกหวีด จึงสามารถปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในท่าว่ายกรรเชียงกับท่าผลัดผสม จะไม่ปล่อยตัวจากแท่น แต่จะปล่อยตัวจากสระว่ายน้ำแทน สำหรับการว่ายผลัด ผู้แข่งขันกระโดดลงสระหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมจะว่ายแตะขอบสระไปแล้วเท่านั้น หากเพื่อนร่วมทีมยังไม่แตะขอบสระ แล้วกระโดดลงไป จะถูกปรับแพ้ทันที

แม้ว่ากีฬาว่ายน้ำจะไม่ได้เป็นกีฬาแบบเผชิญหน้าเหมือนกีฬาชนิดอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ ความตื่นเต้นเร้าใจในการแข่งขัน ไม่แพ้กีฬาชนิดอื่น  และประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำมีมากมาย ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง การว่ายน้ำก็เปรียบเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทำให้สุขภาพแข็งแรง มีโอกาสเจ็บป่วยยากขึ้น ช่วยรักษาความปลอดภัยของชีวิต กีฬาว่ายน้ำสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น ช่วยเหลือคนที่จมน้ำ หรือช่วยเหลือตัวเองในขณะที่ตกน้ำ การดำรงชีพ เป็นต้น และทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย คลายเครียด การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่อยู่กับน้ำทั้งร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น ส่งผลให้คลายเครียดจากปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่ายน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน ดังนั้นควรจะเรียนรู้การว่ายน้ำที่ถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

Facebook Comments Box