“เด็กติดในรถ” อุทาหรณ์สอนพ่อแม่

จากกรณีที่มีข่าว “เด็กติดในรถ” หลายต่อหลายครั้ง ทั้งรถตู้รับส่งของโรงเรียน รถยนต์ส่วนบุคคล เช่น กรณีที่หนูน้อยวัย 7 ขวบ นอนเสียชีวิตในรถตู้รับส่งนักเรียน หรือพ่อแม่ผู้ปกครองจอดรถลงไปทำธุระแล้วทิ้งเด็กไว้ในรถจนเกือบเสียชีวิต ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตเด็กน้อย หรือทรัพย์สินที่เสียหายจากการช่วยเหลือเด็กออกมาจากรถ จริง ๆ แล้ว สาเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิตเป็นเพราะอะไรกันแน่ และพ่อแม่ผู้ปกครองควรป้องกันอย่างไร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. สมิทธิ์ ศรีสนธิ์  นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กที่ติดอยู่ในรถ ไว้ว่า

ถึงกรณีเด็กถูกทิ้งในรถแล้วเสียชีวิตนั้น มีงานวิจัยเรื่องนี้อยู่มากมาย จึงจะขอสรุปให้ฟัง ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อคนทั่วไปและแพทย์ คือ “เด็กที่ถูกทิ้งในรถที่จอดกลางแดด จะเสียชีวิตจากภาวะฮีทสโตรก (heat stroke) ไม่ใช่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เพราะอุณหภูมิในรถสามารถสูงขึ้นได้เร็วมาก และเด็กจะทนต่อภาวะนี้ได้น้อยกว่าผู้ใหญ่”

มีรายละเอียดดังนี้

1. เด็กถูกทิ้งในรถจนเกิดภาวะฮีทสโตรก (heat stroke) หรือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถลดอุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มมากกว่าปกติได้ เป็นปัญหาที่พบในหลายประเทศ โดยที่อเมริกาพบได้ 30-60 รายต่อปี

2. ภาวะฮีทสโตรก (heat stroke) จะพบง่ายในเด็ก และ คนชรา เนื่องจากการปรับอุณหภูมิในร่างกายของคนกลุ่มนี้ทำได้ยากกว่าคนกลุ่มอื่น

3. มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า แม้อุณหภูมิภายนอกจะแค่ประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส การจอดรถทิ้งไว้กลางแดดช่วงกลางวันก็ทำให้อุณหภูมิในรถสูงถึงเกือบ 60 องศาเซลเซียสได้

แสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิในรถที่จอดกลางแดดจะสูงขึ้นถึงระดับอันตราย แม้อากาศภายนอกไม่ได้ร้อน

4. มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า อุณหภูมิในรถที่จอดทิ้งไว้ในกลางแดดจะสูงได้ถึง 70 องศาเซลเซียส และถึงแม้จะแง้มหน้าต่างไว้ประมาณสองนิ้ว อุณหภูมิก็ยังสูงได้เท่านี้เช่นกัน หรือถึงเปิดหน้าต่างทั้งหมดก็ยังสูงได้ถึง 50 องศาเซลเซียส

ดังนั้นการปล่อยเด็กไว้ในรถที่จอดกลางแดด แม้จะเปิดหน้าต่างไว้ ก็อันตรายมาก ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

5. มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า อุณหภูมิในรถที่จอดทิ้งไว้กลางแดด สามารถสูงขึ้นได้เร็วมาก แค่เพียง 5 นาทีก็สูงถึง 75% ของอุณหภูมิสูงสุดแล้ว และภายใน 15 นาทีจะถึงจุดที่อุณหภูมิในรถสูงสุด และอีกงานวิจัยพบว่า การที่เด็กอยู่ในรถที่จอดกลางแดดเพียง 20 นาที (อุณหภูมิตั้งต้น 28 องศาเซลเซียส) ก็ทำให้เด็กอยู่ในภาวะที่อันตรายแล้ว

ดังนั้นการปล่อยเด็กในรถไว้ไม่นาน ไม่เกินชั่วโมง ก็อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้

6. การวินิจฉัยกรณีตายจากฮีทสโตรก ทางแพทย์นิติเวชจะใช้ประวัติและสภาพแวดล้อมในการช่วยวินิจฉัยเป็นหลัก โดยการผ่าศพให้ข้อมูลได้น้อย เพราะการเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีทำให้การเปลี่ยนแปลงในร่างกายยังมีน้อย ทั้งนี้การวัดอุณหภูมิของศพอาจช่วยได้ แต่ควรตรวจเทียบกับอุณหภูมิในที่เกิดเหตุ

7. สุดท้ายขอเน้นว่า ความเข้าใจผิดว่าเด็กถูกทิ้งในรถจะตายจากขาดอากาศหายใจควรแก้ไขนะครับ เพราะจะทำให้คิดว่าเราสามารถปล่อยเด็กทิ้งในรถที่เปิดหน้าต่างแง้มไว้ได้ ซึ่งมันทำไม่ได้และอันตรายมากแม้จะไม่ถึงชั่วโมง

8. ขอ edit เพิ่มเติม เพราะมีคนกล่าวถึงเยอะ กรณีนี้ ใช้กับการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถด้วยนะครับ หนังสือนิติเวชก็เขียนเรื่องนี้ไว้ชัดมากว่าทำให้เสียชีวิตได้

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เรื่องนี้ควรเป็นอุทาหรณ์ที่ได้รับความใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ของพ่อแม่ และผู้ปกครอง ไม่ควรประมาทเลินเล่น ทิ้งลูกหลานไว้ในรถเพียงลำพัง คิดว่าลงไปทำธุระแค่แป๊บเดียว เพราะเด็กไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดในภาวะฉุกเฉินได้ หรือเด็กอาจจะเล่นเปิดปิดประตูล๊อกเองทำให้ติดอยู่ข้างในรถ แม้ว่าจะเปิดหน้าต่างแง้มไว้ก็ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

ข้อควรปฏิบัติ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ
1. อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังในรถ ควรนำเด็กไปกับเราทุกครั้ง
2. ตรวจตราภายในรถอย่างละเอียดก่อนลงจากรถ เพื่อป้องกันเด็กแอบขึ้นรถมาเองโดยที่เราไม่รู้ด้วย
3. นับจำนวนผู้โดยสารก่อนขึ้นลงรถทุกครั้ง

Facebook Comments Box