ต้นไม้ทรัพยากรที่มีคุณค่า

ต้นไม้ เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสำคัญและมีคุณค่ายิ่งอย่างหนึ่ง  ที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อมวลมนุษย์สรรพสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม การรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสัมพันธ์กัน ดิน น้ำ สัตว์ป่า แร่ธาตุ ยังความอุดมสมบูรณ์ในระบบนิเวศ โดยเฉพาะต้นไม้ที่เป็นแหล่งตัวแปรสำคัญของระบบนิเวศวิทยาทางธรรมชาติ  เมื่อรวมกันจำนวนมาก ก็จะกลายเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า “ป่าไม้” ที่ได้เอื้ออำนวยจนเกิดแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ  เช่น ทรัพยากรทางน้ำ ทะเล อากาศ แร่ธาตุ ทั้งใต้ดินและบนดิน สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์เหล่านี้ต่างอาศัยซึ่งกันและกัน  จากผืนป่าสู่แม่น้ำลำธาร เป็นแหล่งให้ที่อยู่ที่กินของสรรพสัตว์ เกิดอากาศบริสุทธิ์  เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุที่เป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่การพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญยั่งยืนต่อไป

 ในปัจจุบันทรัพยากรหลายประเภท โดยเฉพาะป่าไม้ได้ถูกทำลายลง ด้วยฝีมือของมนุษย์ผู้ที่ชื่อว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  กำลังจะทำลายวัฒนธรรมความเป็นมนุษย์ของตนเอง ด้วยการเบียดเบียนและไม่เห็นคุณค่าทางธรรมชาติที่ได้มอบให้  เพียงเพื่อสนองความต้องการด้านวัตถุนิยมอีกทั้งการหลั่งไหลเข้ามาของเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือด้วยเหตุปัจจัยอื่นๆ  ทำให้ได้รับผลกระทบและสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก

จากข้อมูลรายงานจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร seub.or.thโดย webmasterseub และการแถลงการณ์ของอธิบดีกรมป่าไม้  มีการลักลอบตัดทำลายเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับในอดีต โดยเฉพาะต้นไม้ พันธุ์ไม้ที่มีการจดทะเบียนคุ้มครอง ได้ถูกลักลอบการค้า ทั้งเป็นเชิงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือระหว่างรัฐต่อรัฐ จะด้วยสาเหตุแฝงเร้นของกลุ่มผู้มีอิทธิพล นายทุน หรือความไม่รู้ของประชาชนในชุมชนก็ตาม  เมื่อป่าไม้ถูกทำลายลงทรัพยากรต่าง ๆ ก็ถูกทำลายเป็นไปตามลำดับ ความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ มนุษย์เป็นผู้ลงมือกระทำเอง เพราะไม่ตั้งอยู่ในธรรมแห่งความสำนึก กตัญญู ด้วยการเบียดเบียนเป็นต้น ในพระไตรปิฎกได้กล่าวไว้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกว่า “สมัยใด พระราชาหรือผู้มีอำนาจในการปกครอง เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้นแม้พวกข้าราชการก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกข้าราชการไม่ตั้งอยู่ในธรรม แม้พวกพราหมณ์และคฤหบดีก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกพราหมณ์และพวกคฤหบดีไม่ตั้งอยู่ในธรรม พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อหมู่ดาวนักษัตรหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอคืนและวันย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ..เดือน..ฤดูและปี ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ ลมย่อมพัดผิดทางไม่สม่ำเสมอ ฝนย่อมไม่ตกต้องตามฤดูกาล..(องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๗๐/๑๐๓-๑๐๔)” เมื่อธรรมชาติถูกทำลายลงความเปลี่ยนแปลงของโลกก็เริ่มปรากฏขึ้น ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม พายุ ฝนแล้ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันมนุษย์ได้รับความเดือดร้อนจากภัยทางธรรมชาติ การบวชต้นไม้ จึงเป็นอีกวิธีทางหนึ่งที่ช่วยปกป้อง และอนุรักษ์ผืนป่าด้วยหลักธรรมคือความดี ในหลักความสำนึก กตัญญูต่อสิ่งมีคุณและควรทดแทน การร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ เพื่อประโยชน์ การอยู่ร่วมกันของเหล่าสรรพสัตว์และเพื่อความสมดุลทางธรรมชาติ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ  ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติ หากธรรมชาติได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ดั่งเดิม โดยเฉพาะผืนป่า ต้นไม้ ลำธาร การอยู่ร่วมกันกับสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่บนโลกเดียวกันก็จะมีแต่ความสงบอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข  ในทางพระพุทธศาสนาจึงได้ให้ความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ทำลายผืนป่าแม้เพียงส่วนเล็กน้อยก็ตาม ด้วยการวางหลักการประพฤติปฏิบัติแก่พุทธบริษัท  เพื่อให้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวและก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นสืบไป

เครดิตเนื้อหาและรูป Google

ส่วนภูมิสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม

Facebook Comments Box