“คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร
วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน
เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี”
คำขวัญประจำจังหวัดราชบุรี
หากคำขวัญประจำจังหวัด คือ การแสดงออกหรือแนะนำให้รู้จักกับเอกลักษณ์ ของดี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนั้น ๆ ฉะนั้นการที่ “วัดขนอนหนังใหญ่” สามารถเข้าไปปรากฏชื่ออยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดราชบุรีได้นั้น ก็ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงชื่อเสียงเรียงนามของหนังใหญ่วัดขนอนในปัจจุบันได้อย่างดี กระนั้นเมื่อย้อนกลับไปสู่แรกเริ่มทำตัวหนังใหญ่โดยการนำพระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) ตราบจนวันนี้ จะเห็นได้ว่าหนังใหญ่วัดขนอนดำรงอยู่มากว่าศตวรรษ ในขณะที่มหรสพการละเล่นอื่น ๆ หลายอย่างสูญหายไปตามกาลเวลา หนังใหญ่วัดขนอนกลับยืนหยัดและดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันได้อย่างไร คำตอบดังกล่าวคงสามารถพบเจอ หากเพียงหันกลับไปมองให้เห็นถึงสายใยความผูกพันระหว่างชุมชนและจิตวิญญาณของคนทำหนังกับหนังใหญ่ของพวกเขา
หนังใหญ่เป็นมหรสพการแสดงที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังวัวซึ่งต้องใช้หนังของวัวทั้งตัวแกะเป็นตัวหนัง รวมถึงรูปแบบการแสดงหนังใหญ่ที่ต้องใช้คนกว่า 20 ชีวิต หรือแม้แต่ส่วนประกอบเล็ก ๆ อย่างกะลามะพร้าวที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงให้แสงในการแสดง ซึ่งในแต่ละครั้งแสดงกันประมาณ 10 คืน ต่อคืนต้องใช้กะลาประมาณ 1 กระสอบ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจกันของชุมชนผ่านที่มาขององค์ประกอบจำนวนมาก ในการเล่นหนังใหญ่ ต้องใช้หนังวัวจากชาวบ้าน เมื่อวัวตายชาวบ้านก็นำหนังถวายวัด คนในชุมชนที่เข้าร่วมต่างแสดงอยู่ในคณะหนังใหญ่ กะลามะพร้าวที่ได้รับมาจากการให้เด็กนักเรียนโรงเรียนศรัทธาสุนทรกล่อมวิริยะศึกษา (โรงเรียนวัดขนอนในปัจจุบัน) รวบรวมมาจากบ้านคนละหนึ่งกระสอบมามอบให้ไว้กับทางวัด จึงจะเห็นได้ว่าจากจุดเริ่มต้นของหนังใหญ่วัดขนอนก็เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชุมชนกับทางวัดขนอนนั่นเอง
แม้ภายหลังการมรณภาพของหลวงปู่กล่อมในพ.ศ. 2485 หนังใหญ่วัดขนอนได้หยุดการแสดงไปกว่าสามทศวรรษ เมื่อกรมศิลปากรเข้ามาฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอนในพ.ศ. 2513 และนำเอาครูหนังใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ อาทิ ครูละออ ทองมีสิทธิ์ ครูสว่าง ชังเกตุ ครูจาง กลั่นแก้ว กลับมาเป็นแกนนำในการฟื้นฟูการแสดงหนังใหญ่ หนังใหญ่วัดขนอนก็สามารถฟื้นคืนกลับได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้เห็นถึงจิตวิญญาณของกลุ่มครูหนังใหญ่เหล่านี้ที่ไม่เคยละทิ้งหนังใหญ่ไปไหน ตลอดจนการตอบรับจากคนในชุมชนที่พร้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกหนังใหญ่ขึ้นใหม่อีกครั้ง
ผู้เขียน: ผศ.ปิยชาติ สึงตี