Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ประโยชน์และโทษ ของกระท้อน สายพันธุ์ของกระท้อน ผลไม้พื้นบ้านที่มากด้วยคุณค่าแต่ต้องระวัง

ประโยชน์ของกระท้อน มีดีมากกว่าความอร่อย

  • ช่วยในระบบขับถ่าย – กระท้อนมีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ แก้อาการท้องผูกได้ดี
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ – กระท้อนอุดมไปด้วยสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
  • บำรุงผิวพรรณ – วิตามินในกระท้อน โดยเฉพาะวิตามินซี ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระจ่างใส
  • ลดความดันโลหิต – โพแทสเซียมในกระท้อนช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้สมดุล
  • ลดคอเลสเตอรอล – สารอาหารบางชนิดในกระท้อนช่วยลดระดับไขมันไม่ดีในร่างกาย

โทษของกระท้อน หากกินมากไปก็อันตราย

  • เสี่ยงท้องอืดหรือท้องผูกหากกินมากเกิน – แม้กระท้อนจะมีไฟเบอร์สูง แต่หากรับประทานเกินความจำเป็นอาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก
  • ระดับน้ำตาลสูงในเมนูแปรรูป – กระท้อนที่ผ่านการแปรรูป เช่น กระท้อนทรงเครื่อง มักมีการเติมน้ำตาลสูง ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ควรล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน – ผลไม้ที่มีเปลือกหนาอาจมีสารเคมีตกค้าง จึงควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาทาน
  • บางคนอาจแพ้สารในกระท้อน – เช่น อาการคันปากหรือระคายคอหลังรับประทาน อาจเกิดจากสารแทนนินหรือกรดธรรมชาติในผลไม้

พันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นพันธุ์กระท้อนห่อที่มีรสหวาน ได้แก่ พันธุ์อีล่า ปุยฝ้าย นิ่มนวล อินทรชิต ทับทิม ขันทอง เทพรส อีแดง ส่วนพันธุ์พื้นเมืองจะมีผลดก ผลมีขนาดเล็ก รสเปรี้ยว จึงนิยมนำมาทำเป็น กระท้อนดอง กระท้อนทรงเครื่อง

พันธุ์ปุยฝ้าย

พันธุ์ปุยฝ้ายหรือปุยฝ้ายแท้เป็นกระท้อนพันธุ์พื้นเมืองของ ตำบลตะลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นที่นิยมบริโภคมากที่สุด เพราะผลกระท้อนมีรสหวาน มีเปลือกที่นิ่มเหมือนกำมะหยี่ และเม็ดกระท้อนมีปุยเหมือนปุยฝ้าย จึงเป็นกระท้อนที่จำหน่ายได้สูงสุด ขนาดของผลมีตั้งแต่เล็กไปถึงใหญ่ สีเหลืองนวลสวย ผลกลมแป้น เม็ดกระท้อนจะมีปุยมากกว่าสายพันธุ์อื่น ปุยกระท้อนเมื่อทานไปแล้วจะเหมือนว่า ปุยกระท้อนละลายในปาก ชาวสวนกระท้อนนิยมเรียกว่าปุยฝ้ายแท้ เป็นพันธุ์ที่กลายมาจากพันธุ์ทองหยิบ

พันธุ์อีล่า

พันธุ์อีล่าหรือปุยฝ้ายเกษตรเป็นกระท้อนพันธุ์พื้นเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งชาวบ้าน ต.ตะลุง ได้รับแจกสายพันธุ์มาจากกระทรวงเกษตร เล่ากันว่าชาวปราจีนบุรี เรียกกระท้อนพันธุ์นี้ว่าปุยฝ้ายเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่รสชาติที่กระท้อนอีล่าเมื่อยังไม่แก่จัดจะมีรสอมเปรี้ยว และผลกระท้อนจะมีขนาดใหญ่มากบางผลน้ำหนักถึง 0.9 กิโลกรัม ขนาดของผลมีขนาดใหญ่ ผิวจะไม่เรียบ สีโทนเหลืองสด ผลคล้ายเป็นจุก รสอมเปรี้ยวเมื่อยังไม่แก่จัด หากผลแก่รสชาติจะหวานมีปุยเหมือนปุยฝ้ายกระท้อนพันธุ์อีล่า มักจะสุกช้ากว่ากระท้อนทุกพันธุ์

พันธุ์ทับทิม

เป็นกระท้อนพันธุ์เมืองดั้งเดิม ของ ต.ตะลุง แต่ไม่มีคนรู้จักมากนัก เนื่องจากมีชาวสวนที่ปลูกกระท้อนพันธุ์ทับทิมไม่มาก แต่ด้วยรสชาติที่มีรสหวาน ลักษณะผลกลม มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีเหลืองนวล ผิวกระท้อนเรียบเนียนสวย เปลือกนิ่ม ผลกลม

พันธุ์นิ่มนวล

เป็นกระท้อนที่มีลักษณะ เปลือกบาง เนื้อหนานิ่ม ไม่กระด้าง ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟู รสหวานจัดเป็นสายพันธุ์ที่นิยมบริโภคกันมาก ทรงผลกลมแป้น มีขั้วสั้น ผิวเปลือกเรียบมีสีเหลืองอมน้ำตาล เปลือกบาง ขนาดผล 300–600 กรัมต่อผล ผลกลม

กระท้อนใช้ทำอาหารคาวหวานได้หลายชนิด ทั้งอาหารคาว เช่น แกงฮังเล แกงคั่ว ผัด ตำกระท้อน และอาหารหวาน เช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง แยม กระท้อนกวน และเยลลี่ หรือกินเป็นผลไม้สด 

 ทางด้านสมุนไพร กระท้อนมีสรรพคุณทางยาหลายประการ ใบสด ใช้ขับเหงื่อ ต้มอาบแก้ไข้ เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ราก เป็นยาขับลม แก้ท้องเสีย บิด เป็นยาธาตุ หลายส่วนของกระท้อนมีฤทธิ์แก้อักเสบและสารสกัดจากกิ่งกระท้อนบางชนิดมีผลยับยั้งมะเร็งในหลอดทดลอง สารสกัดจากเมล็ดกระท้อนมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง

แหล่งที่มา https://www.sanook.com/women/259557/

https://th.wikipedia.org/wiki

Facebook Comments Box