“โขน” มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจ
ในบรรดาศิลปะการแสดงของไทยที่งดงามและทรงคุณค่า มีชื่อหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นั่นคือ “โขน” ศิลปะที่รวบรวมไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์อันหลากหลาย จนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ให้เป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) ในปี พ.ศ. 2561 ความภาคภูมิใจนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปะการแสดงนี้เท่านั้น แต่ยังย้ำเตือนถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และการสืบสานให้คงอยู่สืบไป
โขนไม่ใช่แค่การแสดงละคร แต่คือการผสมผสานของศิลปะแขนงต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่การร่ายรำที่อ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับนาฏศิลป์ไทย การบรรเลงดนตรีปี่พาทย์อันไพเราะที่สร้างบรรยากาศให้กับการแสดง บทพากย์และบทเจรจาที่สละสลวย รวมถึงการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายและหัวโขนที่ประณีตงดงาม แต่ละองค์ประกอบล้วนสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญของช่างศิลป์ไทยมาอย่างยาวนาน
การได้รับการยกย่องจากยูเนสโกถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ชาวไทยทุกคนควรภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม ภารกิจที่สำคัญที่สุดหลังจากนี้คือการอนุรักษ์และสืบสานมรดกอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่ตลอดไป การอนุรักษ์โขนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงละคร แต่ยังมีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ มีการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา รวมถึงการจัดแสดงในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้นเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตระหนักถึงคุณค่าแห่งศิลปะดังกล่าว จึงได้บูรณาการการแสดงโขนเข้ากับกระบวนการเรียนการสอนของสำนักวิชาศึกษาศาสตร์ วิชาเอกนาฏศิลป์ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้เป็นครูผู้มีคุณภาพ ครบถ้วนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณธรรม พร้อมทั้งปลูกฝังความรักและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนส่งเสริมเจตนารมณ์ในการสืบสานศิลปะการแสดงไทยให้คงอยู่คู่สังคม
การจัดแสดง “โขนวลัยลักษณ์” มิได้เป็นเพียงเวทีแสดงศักยภาพของนักศึกษาเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติจริงถ่ายทอดความงดงามของศิลปะการแสดงในลักษณะครบองค์ประกอบ ทั้งระบบระเบียบการแสดงที่รัดกุม ดนตรีสดที่ช่วยเสริมอารมณ์ และบรรยากาศอันสง่างาม การแสดงครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ได้รับเสียงชื่นชมจากสาธารณชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ การจัดแสดงโขนยังเป็นการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชน เปิดโอกาสให้ประชาชนและสถานศึกษาได้ร่วมชื่นชมผลงานของเยาวชนผู้มีความสามารถ อันเป็นการสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันในศิลปวัฒนธรรมไทย อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรุ่นใหม่ให้ตระหนักถึงคุณค่าในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะการแสดงชั้นสูงนี้สู่อนาคต พร้อมทั้งก้าวสู่การเป็นเวทีระดับนานาชาติอย่างภาคภูมิ
อาจารย์นุชนารถ รอดสอาด
สำนักวิชาศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์