Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

เติมเต็มการเรียนรู้: จากศูนย์บรรณสารฯ สู่พื้นที่เรียนรู้ของน้องสาธิตวลัยลักษณ์

ปกติของห้องสมุดมหาวิทยาลัยแบ่งโซนชัดเจนมีทั้งโซนเงียบสำหรับอ่านหนังสือคนเดียว และโซนพูดคุยหรือโซนที่ไม่ต้องการความเงียบมากสำหรับทำงานกลุ่ม การออกแบบมักจะออกแบบให้ทันสมัยมีเก้าอี้นั่งอ่าน มีมุมโซฟา เบาะนั่งสบาย หรือมุมลับผ่อนคลาย และสิ่งอำน และที่สำคัญการให้บริการจะรวมถึงให้สนับสนุนการวิจัยและการทำงานร่วมกันอย่างไร้ขีดจำกัดด้วยความทันสมัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และรวมถึงการเปิดให้บริการมีไม่ได้จำกัดเวลาเฉพาะเวลาเรียนเท่านั้น 

และเมื่อได้รับมอบหมายให้ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ช่วยจัดห้องสมุด (ชั่วคราว) ในห้องเรียนของอาคารเรียนรวม 1 จำนวน 3 ห้องสำหรับการเรียนรู้ของน้องสาธิตวลัยลักษณ์ จำนวน 3 ห้อง ประกอบด้วย ห้องสมุดน้องประถมศึกษา ห้องสมุดน้องมัธยมศึกษา และห้อง Co-working Space แล้วจะต้องปรับ mindset อย่างไรให้การจัดห้องสมุดครั้งนี้เหมาะกับเด็ก ๆ ประถมและมัธยมแห่งนี้

ว่าด้วยแนวคิดในการจัด

การออกแบบห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สิ่งสำคัญคือการสร้าง “บรรยากาศ” ที่แตกต่างกันชัดเจนตามช่วงวัยและการใช้งาน 3 ห้องจึงมีสไตล์ที่แตกต่างกัน และขอเปรียบเทียบส่วนของห้องสมุดน้องประถม และห้องสมุดมัธยมที่จะต้องมีความแตกต่างกันไม่มากนัก ดังนี้

การจัดพื้นที่

ห้องสมุดระดับประถมศึกษา ผู้ใช้งานเป็นเด็ก ๆ แนวคิดจึงเป็น  “ห้องเล่นเรียนรู้” (The Discovery Hub) เน้นการเล่นและสร้างเสริมจินตนาการ และมีสีสันสดใส เฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่าย และความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์หรือครุภัณฑ์จะต้องไม่มีเหลี่ยมคม และเลือกใช้วัสดุที่กันกระแทก เช่น โฟมรองนั่ง โต๊ะญี่ปุ่นที่โค้งมน เป็นต้น 

หนังสือและอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้

หนังสือ เน้นนิทานภาพ การ์ตูนความรู้ วรรณกรรมเยาวชนที่ทันสมัย  รวมถึงบอร์ดเกมส์ เลโก้สำหรับฝึกทักษะการคิด หรือดึงดูดให้อ่านหนังสือ และไม่แบ่งหมวดหมู่แต่ใช้สัญลักษณ์

การจัดพื้นที่

ห้องสมุดระดับมัธยมศึกษา ผู้ใช้งานเป็นนักเรียนระดับมัธยม ที่ต้องอ่านหนังสือและทบทวนเนื้อหาจากการเรียนเรียน แนวคิดจึงเป็น “ห้องพักผ่อนทางปัญญา” (Reading Room)  เน้นความสงบ เป็นส่วนตัว และบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ดังนั้น การจัดพื้นที่ผสมกันระหว่างเน้นการมีสมาธิ และผ่อนคลาย จะต้องมีมุมสงบสำหรับอ่านหนังสือคนเดียว อาจใช้ทั่นั่งเดี่ยวหรือที่นั่งริมหน้าต่าง มีชั้นนวางหนังสือชั้นที่ไม่สูงเกินความสูงของนักเรียนระดับมัธยม มีชุดประชุมตรงกลางห้องสำหรับทำงานกลุ่มหรืออ่านหนังสือ และอาจจะมีโต๊ะญี่ปุ่นและเบาะนั่งอีกมุม  

หนังสือและอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้

หนังสือจะมีหนังสือเรียน อ่านเพิ่มเติมตามที่คุณครูเสนอซื้อ และมีการ์ตูนความรู้ วรรณกรรมเยาวชนที่ทันสมัย และแบ่งหมวดหมู่ด้วยระบบทศนิยม
ดิวอี้และ “สัญลักษณ์สี” แทนระบบเลขทศนิยมที่เข้าใจยากสำหรับเด็กด้วย และอาจจะมีแท็บเล็ต 3-5 เครื่องพร้อมหูฟัง สำหรับฟัง Audiobooks หรือดูสารคดีสั้น ๆ ได้ด้วย หรืออนุญาตให้นำของตัวเองมาใช้ได้ในห้องสมุด  

ห้องนี้ใช้สำหรับการฝึกทักษะด้านไอทีและด้านดิจิทัล แต่เป็นลักษณะที่เรียกว่า Co-working Space: พื้นที่ระดมสมอง การออกแบบเน้นฟังก์ชันการทำงานเป็นกลุ่ม รวมทั้งเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์ไอที จึงต้องมีความคล่องตัว สามารถเรียนรู้รายบุคคล หรือทำงานเป็นกลุ่มได้หลากหลาย

การจัดพื้นที่

พื้นที่จะเน้นการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ดังนั้นจะมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งตามจำนวนคนใช้งาน อาจจะปรับเป็นการทำงานกลุ่มหรือเดียวได้เลย  ครุภัณฑ์ของห้องนี้ จะเป็นโต๊ะขนาดกลางที่สามารถนำมาต่อรวมกันได้ (Modular Tables) สำหรับทำรายงานกลุ่ม และที่สำคัญจะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ ที่รองรับการทำงานหรือพิมพ์งานได้ และรวมถึงมีลักษณะเป็นห้องเรียนที่สามารถเรียนไปพร้อมกันได้ด้วย

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า การจัดห้องสมุดประถม จะเน้นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อการเล่นและการอ่านที่เป็นอิสระ ส่วนห้องสมุดมัธยม จะเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่สมดุลระหว่าง “พื้นที่ใช้งานจริงจัง” (โต๊ะเก้าอี้) และ “พื้นที่พักผ่อน” (นั่งพื้นนุ่ม) เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมการเรียนรู้ของวัยรุ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต่อไป และในอนาคตห้องสมุดมัธยมจะต้องมีอุปกรณ์สนับสนุนการใชัเทคโนโลยีรองกรับการเรียนรู้ platform ดิจิทัล เช่น การอ่านหนังสือเล่ม ด้วยการเพิ่ม แท็บเล็ตสำหรับอ่าน E-book หรือสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่อาจารย์ควบคุมดูแลได้ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล และในหัองสมุดประถมอาจจะใช้พื้นที่ของผนังที่ว่างมาทำเป็นบอร์ดแสดงผลงานศิลปะหรือเรื่องสั้นของนักเรียน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและดึงดูดให้เด็ก ๆ เข้าใช้งานห้องสมุดมากขึ้น

Facebook Comments Box