Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

AI เปลี่ยนอาชีพวิศวกรอย่างไร? เมื่อวิศวกรยุคใหม่ต้องทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ยานยนต์อัจฉริยะ การบริหารจัดการพลังงาน ไปจนถึงการออกแบบและควบคุมกระบวนการผลิต คำถามที่นักเรียนและผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยอาจกำลังสงสัยคือ “เมื่อ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ อาชีพวิศวกรจะถูกแทนที่หรือไม่?”

คำตอบอาจไม่ใช่ว่า AI จะทำให้อาชีพวิศวกรหายไป แต่ AI กำลังเปลี่ยน “วิธีการทำงานของวิศวกร” อย่างชัดเจน

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ระบุว่า ผลกระทบของ Generative AI ต่อโลกการทำงานมีแนวโน้มเป็นการ เปลี่ยนแปลงลักษณะงานและช่วยเสริมการทำงานของมนุษย์ มากกว่าการเข้ามาแทนที่อาชีพทั้งหมด โดยข้อมูลล่าสุดยังชี้ว่าแรงงานในภูมิภาคอาเซียนจำนวนมากกำลังอยู่ในกลุ่มอาชีพที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก Generative AI ในระดับต่าง ๆ

จาก “วิศวกรที่ใช้เครื่องมือ” สู่ “วิศวกรที่ทำงานร่วมกับ AI”

ในอดีต วิศวกรอาจต้องใช้เวลาจำนวนมากในการคำนวณ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโปรแกรม สร้างแบบจำลอง หรือทดลองหลายรูปแบบก่อนจะได้คำตอบที่เหมาะสม แต่ปัจจุบัน AI สามารถเข้ามาช่วยจัดการงานเหล่านี้ได้รวดเร็วขึ้น

ตัวอย่างเช่น วิศวกรสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากเซนเซอร์จำนวนมหาศาล เพื่อคาดการณ์ว่าเครื่องจักรมีแนวโน้มจะเสียเมื่อใด ใช้ AI ช่วยตรวจสอบความผิดปกติในระบบไฟฟ้า ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสร้างทางเลือกในการออกแบบชิ้นส่วน หรือใช้ Machine Learning วิเคราะห์กระบวนการผลิตเพื่อค้นหาจุดที่สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้

นั่นหมายความว่า งานบางส่วนที่เคยต้องใช้เวลานานอาจสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น แต่หน้าที่สำคัญของวิศวกรยังคงอยู่ โดยเฉพาะการกำหนดปัญหา การเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม การตรวจสอบความถูกต้อง และการตัดสินใจโดยคำนึงถึงความปลอดภัย เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม และผลกระทบต่อสังคม

AI กำลังเข้าไปอยู่ในวิศวกรรมแทบทุกสาขา

AI ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่สามารถประยุกต์ใช้กับวิศวกรรมได้หลากหลายสาขา

วิศวกรรมไฟฟ้า สามารถใช้ AI วิเคราะห์ระบบไฟฟ้า คาดการณ์ความต้องการใช้พลังงาน ตรวจจับความผิดปกติ และสนับสนุนการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

วิศวกรรมเครื่องกลและหุ่นยนต์ ใช้ AI เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ การมองเห็นของเครื่องจักร และระบบควบคุมอัจฉริยะ

วิศวกรรมโยธา สามารถนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้าง ตรวจสอบความเสียหายของอาคาร วางแผนโครงการ และสนับสนุนการออกแบบหรือบริหารงานก่อสร้าง

วิศวกรรมเคมีและเคมีเภสัชกรรม สามารถนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจากกระบวนการผลิต ควบคุมคุณภาพ และค้นหาความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ซับซ้อน

วิศวกรรมปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ สามารถใช้ AI ช่วยศึกษาคุณสมบัติของวัสดุ วิเคราะห์กระบวนการผลิต และพัฒนาวัสดุใหม่

ขณะที่ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ มีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ระบบอัจฉริยะ Machine Learning ระบบประมวลผลข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ปัจจุบันสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีทั้ง 6 สาขาดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เครื่องจักร กระบวนการผลิต วัสดุ ไปจนถึงคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์

แล้ว AI จะทำให้วิศวกรตกงานหรือไม่?

สิ่งที่น่าจับตามองอาจไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง “AI กับวิศวกร” แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง “วิศวกรที่ใช้ AI เป็น” กับ “วิศวกรที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับ AI”

รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า AI และ Big Data อยู่ในกลุ่มทักษะที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ทักษะของมนุษย์ เช่น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ก็ยังเป็นทักษะที่นายจ้างให้ความสำคัญสูง

ดังนั้น วิศวกรในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สร้าง AI ทุกคน แต่ควรเข้าใจว่า AI สามารถทำอะไรได้ ใช้ AI กับงานวิศวกรรมอย่างเหมาะสมได้อย่างไร และที่สำคัญคือต้องสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นได้

เพราะ AI สามารถเสนอคำตอบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นจะถูกต้อง ปลอดภัย หรือเหมาะสมกับสถานการณ์จริงเสมอไป

วิศวกรยุค AI ต้องมีทักษะอะไร?

การเป็นวิศวกรในอนาคตจึงไม่ได้หมายถึงการมีความรู้ทางวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ควรพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เครื่องมือดิจิทัล ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ AI และ Machine Learning การเขียนโปรแกรม การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา รวมถึงความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น

โดยเฉพาะ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) จะยิ่งมีความสำคัญ เพราะเมื่อ AI สามารถสร้างคำตอบได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที วิศวกรต้องเป็นผู้พิจารณาต่อว่า คำตอบนั้นถูกต้องหรือไม่ มีข้อจำกัดอะไร และสามารถนำไปใช้ในโลกจริงได้หรือไม่

อนาคตไม่ได้ต้องการเพียง “คนที่ใช้ AI เป็น”

อีกหนึ่งความเข้าใจที่สำคัญคือ การใช้เครื่องมือ AI หรือการพิมพ์ Prompt ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเป็นวิศวกรได้ทันที

AI อาจช่วยคำนวณ ช่วยเขียนโค้ด หรือเสนอแบบให้เราได้ แต่ความรู้พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ หลักการทางวิศวกรรม การทดลอง การออกแบบ และความเข้าใจระบบจริงยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากไม่มีพื้นฐานเหล่านี้ ผู้ใช้งานก็อาจไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า AI กำลังให้คำตอบที่ถูกต้องหรือผิดพลาด

ดังนั้น การศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ในยุค AI จึงยิ่งต้องสร้างทั้ง “พื้นฐานวิศวกรรมที่แข็งแรง” และ “ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีใหม่” ควบคู่กัน

AI ไม่ได้ปิดประตูสู่อาชีพวิศวกร แต่กำลังเปิดประตูบานใหม่

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังตัดสินใจว่า ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็วแล้ว “ยังควรเรียนวิศวกรรมศาสตร์อยู่หรือไม่?” คำตอบคือ วิศวกรรมศาสตร์ยังคงมีบทบาทสำคัญ เพียงแต่รูปแบบการทำงานกำลังเปลี่ยนไป

โรงงานยังต้องมีระบบการผลิต เมืองยังต้องมีอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน โลกยังต้องการพลังงาน เครื่องจักร วัสดุ ระบบคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเบื้องหลังระบบเหล่านี้ยังต้องการคนที่สามารถเข้าใจ ออกแบบ พัฒนา ตรวจสอบ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

AI จึงอาจไม่ได้มาเพื่อแทนที่วิศวกร แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทรงพลังของวิศวกรยุคใหม่

สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งสร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับวิชาชีพแห่งอนาคต เพราะคำถามของโลกยุคใหม่อาจไม่ใช่เพียงว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง?” แต่คือ “เราจะใช้ AI ร่วมกับความรู้ทางวิศวกรรม เพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับโลกได้อย่างไร?”

Facebook Comments Box