ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างประชากร และความต้องการของตลาดแรงงาน มหาวิทยาลัยไม่สามารถดำเนินงานโดยอาศัยรูปแบบเดิมหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมีทิศทางที่ชัดเจน รู้ว่ามหาวิทยาลัยต้องการก้าวไปสู่จุดใด และจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร “แผนยุทธศาสตร์” จึงเปรียบเสมือนเข็มทิศที่กำหนดทิศทางการพัฒนา และเชื่อมโยงภารกิจทุกด้านของมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
แผนยุทธศาสตร์คืออะไร
แผนยุทธศาสตร์ คือ กรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรในระยะกลางหรือระยะยาว ซึ่งจัดทำขึ้นจากการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ความเสี่ยง ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อมหาวิทยาลัยในอนาคต
แผนยุทธศาสตร์ที่ดีจึงไม่ใช่เพียงเอกสารที่รวบรวมวิสัยทัศน์ พันธกิจ และตัวชี้วัดไว้ด้วยกัน แต่ต้องสามารถตอบคำถามสำคัญได้ว่า มหาวิทยาลัยต้องการเป็นอะไรในอนาคต จะสร้างจุดเด่นหรือความแตกต่างในเรื่องใด ต้องดำเนินงานอย่างไร และจะทราบได้อย่างไรว่าการดำเนินงานนั้นประสบความสำเร็จ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง แผนยุทธศาสตร์ต้องทำให้บุคลากรทุกระดับมองเห็น “ภาพอนาคตร่วมกัน” และเข้าใจว่าภารกิจที่ตนรับผิดชอบมีความสำคัญต่อความสำเร็จของมหาวิทยาลัยอย่างไร
กำหนดทิศทางและสร้างเป้าหมายร่วมกัน
มหาวิทยาลัยประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักวิชา วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ ส่วนงานสนับสนุน และหน่วยงานบริหาร แต่ละหน่วยงานมีภารกิจและความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน หากทุกหน่วยงานดำเนินงานตามความต้องการของตนเองโดยไม่มีทิศทางร่วม อาจเกิดโครงการจำนวนมากที่แยกส่วน ซ้ำซ้อน หรือไม่สนับสนุนเป้าหมายหลักของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง
แผนยุทธศาสตร์จึงช่วยกำหนดเป้าหมายร่วมให้ทุกหน่วยงานเข้าใจตรงกัน เช่น การมุ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้านการผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูง การวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการเพื่อพัฒนาพื้นที่ ความเป็นนานาชาติ การพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว หรือการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล เมื่อมีเป้าหมายชัดเจน หน่วยงานต่าง ๆ จะสามารถวางแผนงานและโครงการให้เชื่อมโยงกับทิศทางดังกล่าวได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งสำคัญคือ บุคลากรต้องไม่มองว่าแผนยุทธศาสตร์เป็นเรื่องของผู้บริหารหรือหน่วยงานด้านแผนงานเท่านั้น เพราะความสำเร็จของยุทธศาสตร์เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน
เชื่อมโยงยุทธศาสตร์กับการจัดสรรงบประมาณ
แผนยุทธศาสตร์จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ หากไม่มีทรัพยากรสนับสนุนอย่างเหมาะสม งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ การจัดสรรงบประมาณที่ดีต้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และผลลัพธ์ที่มหาวิทยาลัยต้องการ ไม่ใช่จัดสรรตามฐานงบประมาณเดิมหรือแบ่งให้ทุกหน่วยงานในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันโดยไม่พิจารณาความสำคัญ
มหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับโครงการที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน และมีความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร ตัวอย่างเช่น หากมหาวิทยาลัยกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต งบประมาณควรถูกนำไปสนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตร การพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ
ในทำนองเดียวกัน หากมุ่งเน้นการวิจัยและนวัตกรรม งบประมาณควรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย การพัฒนานักวิจัย การสร้างเครือข่าย และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ การเชื่อมโยงระหว่างแผนยุทธศาสตร์กับงบประมาณจึงทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเลือกลงทุนในสิ่งที่สำคัญและส่งผลต่ออนาคตขององค์กรได้มากที่สุด
แปลงยุทธศาสตร์สู่แผนปฏิบัติการ
ปัญหาที่พบได้บ่อย คือ มหาวิทยาลัยมีแผนยุทธศาสตร์ที่เขียนไว้อย่างดี แต่ไม่สามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน ยุทธศาสตร์จึงควรถูกถ่ายทอดลงสู่แผนปฏิบัติการประจำปี โดยกำหนดโครงการ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ ระยะเวลาดำเนินการ ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่คาดหวังให้ครบถ้วน
ทุกโครงการควรตอบได้ว่า สนับสนุนยุทธศาสตร์ใด แก้ไขปัญหาอะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร และเมื่อดำเนินการแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การตอบคำถามเหล่านี้ช่วยลดปัญหาการจัดทำโครงการตามกิจกรรมเดิม โดยไม่พิจารณาว่ากิจกรรมนั้นยังมีความจำเป็นหรือสร้างผลลัพธ์ได้มากน้อยเพียงใด
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จึงไม่ควรวัดเพียงจำนวนโครงการ จำนวนผู้เข้าร่วม หรือจำนวนครั้งที่จัดกิจกรรม แต่ควรให้ความสำคัญกับผลผลิตและผลลัพธ์ เช่น คุณภาพของบัณฑิต อัตราการมีงานทำ ผลงานวิจัยที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ รายได้จากนวัตกรรม ผลกระทบต่อชุมชน หรือระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต
สร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง
สภาพแวดล้อมของการอุดมศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยต้องเผชิญกับจำนวนผู้เรียนที่ลดลง การแข่งขันจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงของอาชีพ และความคาดหวังใหม่ของสังคม แผนยุทธศาสตร์ช่วยให้มหาวิทยาลัยเตรียมความพร้อมและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างมีทิศทาง
อย่างไรก็ตาม แผนยุทธศาสตร์ไม่ควรเป็นแผนที่จัดทำครั้งเดียวแล้วใช้โดยไม่มีการทบทวน มหาวิทยาลัยควรติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมอยู่เสมอ หากพบว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจนทำให้สมมติฐานเดิมไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็ควรปรับแผนโดยยังคงรักษาเป้าหมายสำคัญขององค์กรไว้
ความยืดหยุ่นจึงไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนเป้าหมายบ่อยครั้ง แต่หมายถึงความสามารถในการปรับวิธีดำเนินงานให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ โดยไม่สูญเสียทิศทางหลักของมหาวิทยาลัย
เป็นเครื่องมือกำกับ ติดตาม และประเมินผล
แผนยุทธศาสตร์ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้จะช่วยสะท้อนว่า การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ มีปัญหาหรือข้อจำกัดในส่วนใด และควรปรับปรุงเรื่องใดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การติดตามผลไม่ควรมีเป้าหมายเพียงเพื่อรายงานว่าตัวชี้วัดสำเร็จหรือไม่สำเร็จ แต่ควรใช้เป็นกระบวนการเรียนรู้ขององค์กร หากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จำเป็นต้องวิเคราะห์สาเหตุว่าเกิดจากการออกแบบโครงการไม่เหมาะสม ทรัพยากรไม่เพียงพอ ผู้รับผิดชอบขาดความพร้อม หรือสถานการณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลง
ข้อมูลจากการติดตามและประเมินผลควรถูกนำกลับมาใช้ในการตัดสินใจ การทบทวนยุทธศาสตร์ และการจัดสรรงบประมาณในรอบถัดไป เพื่อให้เกิดวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การวางแผน การดำเนินงาน การติดตามประเมินผล และการปรับปรุงพัฒนา
สร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของร่วมกัน
แผนยุทธศาสตร์ที่จัดทำโดยผู้บริหารหรือคณะทำงานเพียงกลุ่มเดียว อาจไม่สามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยได้ การจัดทำแผนจึงควรเปิดโอกาสให้บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นอย่างเหมาะสม
การมีส่วนร่วมไม่เพียงช่วยให้มหาวิทยาลัยได้รับข้อมูลที่หลากหลาย แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อบุคลากรเข้าใจที่มาและเหตุผลของยุทธศาสตร์ ย่อมมีแนวโน้มที่จะร่วมขับเคลื่อนแผนมากกว่าการรับทราบเป้าหมายผ่านเอกสารหรือคำสั่งเพียงอย่างเดียว
การสื่อสารยุทธศาสตร์จึงมีความสำคัญไม่แพ้การจัดทำแผน มหาวิทยาลัยควรสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะได้อย่างต่อเนื่อง
จากแผนบนกระดาษสู่ผลลัพธ์ที่มีคุณค่า
หัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของถ้อยคำหรือจำนวนตัวชี้วัด แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าต่อผู้เรียน บุคลากร ชุมชน และสังคม แผนที่ดีต้องช่วยให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจได้ชัดเจนว่า สิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรให้ความสำคัญ และสิ่งใดควรลดหรือยุติลง
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จึงต้องอาศัยทั้งภาวะผู้นำ การมีส่วนร่วมของบุคลากร ระบบงบประมาณที่สอดคล้อง การบริหารข้อมูลที่มีคุณภาพ และการติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง หากองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน แผนยุทธศาสตร์จะไม่เป็นเพียงเอกสารประกอบการบริหาร แต่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยนำพามหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทางและยั่งยืน
ท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่มีแผนจำนวนมากที่สุด แต่คือมหาวิทยาลัยที่สามารถเปลี่ยนแผนให้เป็นการปฏิบัติ เปลี่ยนการปฏิบัติให้เป็นผลลัพธ์ และนำผลลัพธ์กลับมาใช้พัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพราะแผนยุทธศาสตร์ที่มีคุณค่า ไม่ได้จบลงเมื่อเอกสารได้รับความเห็นชอบ แต่เริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกคนในมหาวิทยาลัยร่วมกันลงมือขับเคลื่อนให้เป้าหมายที่กำหนดไว้เกิดขึ้นจริง
เรียบเรียงโดย : ว่าที่ร้อยตรี เสกมนต์ หม่อมวิญญา : ส่วนแผนงานและยุทธศาสตร์