Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ผลวิจัยพฤติกรรมแมวและเจ้าของในประเทศไทย พบว่ามีปัญหาพฤติกรรมเยอะและคนเลี้ยงยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมว !!!

ผลวิจัยพฤติกรรมแมวและเจ้าของในประเทศไทย พบว่ามีปัญหาพฤติกรรมเยอะและคนเลี้ยงยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมว !!!
🐱🐱 📍📍สัตว์แพทย์ ม วลัยลักษณ์ เผย📍📍
ผลวิจัยพฤติกรรมแมวและเจ้าของในประเทศไทย พบว่ามีปัญหาพฤติกรรมเยอะและคนเลี้ยงยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมว !!!
 
🔴จากงานวิจัยของทีมวิจัยพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์กับมนุษย์ ของวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ฯ ม วลัยลักษณ์ นำโดย รศ.ดร.น.สพ.เติมพงศ์ วงศ์ตะวัน (หมอเติม) และ ผศ.ดร.สพ.ญ.วรกาญจน์ บุญเหาะ ได้ทำการวิจัยสำรวจพฤติกรรมแมวกว่า สามพันตัวจากเจ้าของในประเทศไทย ได้ข้อมูล สรุปได้ดังต่อไปนี้
🔴ข้อมูลของผู้เลี้ยงแมว
🐱ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากถึง 82%
🐱ส่วนใหญ่มีอายุช่วง 23-40 ปี (60%)
🐱แมวส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร (32%) และเขตุปริมณฑล (15%)
🐱ผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่จบการศึกษามากกว่าปริญญาตรีขึ้นไปถึง 85%
🐱มีประสบการณ์เลี้ยงแมวมากกว่า 5 ปีขึ้นไป (55%)
🐱กว่าครึ่งมีการหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการเลี้ยงแมวอย่างสม่ำเสมอ (48%)
🔴ข้อมูลเกี่ยวกับแมวพบว่า
🐱แมวที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ผสม (43%) ถัดมาเป็นพันธ์ุแท้ เปอร์เซียและสกอตติชโฟล์ รวมกัน 20%
🐱อายุแมวส่วนใหญ่ ประมาณ 2-6 ปี (40%)
🐱จำนวนแมวเพศผู้และเพศเมียพอๆกัน
🐱คนส่วนใหญ่เลี้ยงแมวตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป (72%)
🐱โรคที่พบมากที่สุดคือโรคทางระบบขับถ่ายปัสสาวะ 6.3% ถัดมาคือโรคผิวหนัง 4.2%
🐱ลักษณะที่พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นบ้าน (80%) โดยเลี้ยงระบบปิดมากถึง 84% ส่วนใหญ๋นอนกับเจ้าของ (60%)
🐱เจ้าของเกือบทั้งหมดให้อาหารสำเร็จรูป (93%) ส่วนการให้น้ำใช้น้ำพุเพียง 30% ที่เหลือ 70% ให้เป็นชามใส่น้ำ
🐱มีใช้ไม้ตกแมว หรือลูกบอล เล่นกับแมว 97% มีการใช้กัญชาแมว 73% เปิดเพลงให้แมวฟัง 70% มีที่ฝนเล็บ 95% ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง เพื่อลดความเครียดและลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์
🔴การเลี้ยง การปฏิสัมพันธ์ และปัญหาพฤติกรรม
🐱ในมุมมองของเจ้าของ เจ้าของส่วนใหญ่คิดว่าแมวมีปัญหาพฤติกรรมเล็กน้อย (52%) และส่วนใหญ่คิดว่าเป็น พฤติกรรมติดเจ้าของ 25% ถัดมาคือ ก้าวร้าว 19%
🐱แต่ผลการวิจัยแสดงผลที่ต่างกัน เพราะพบปัญหาพฤติกรรมของแมวอยู่หลายแบบมาก บางพฤติกรรมพบมากกว่า 90% ปัญหาเหล่านี้ได้แก่
🐱ปัญหาพฤติกรรมหวาดกลัวเสียงดัง (เช่น ประทัด เสียงแตรรถ) พบมากถึง 90% โดยเป็นอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง (อึฉี่ราด พยายามหนีออกจากบ้าน) ถึง 21% พฤติกรรมหวาดกลัวฝนตกฟ้าร้องพบ 66% โดยเป็นอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรงถึง 12% พฤติกรรมกลัวการขึ้นรถ (72%) กลัวไปสถานที่คนเยอะ (75%) กลัวการไปพบสัตวแพทย์ (80%) และมักแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกี่ยวกับความกลัวกับหมอถึง 53%
🐱ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวกับแมวตัวอื่นพบได้ประมาณ 82% ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั่วโลกและน่าจะเป็นสัญชาติของแมวในการหวงพื้นที่ เจ้าของหลายคนมักหาทางแก้ด้วยการไปทำหมัน แต่จากการวิจัยนี้พบว่าแมวส่วนใหญ่ได้รับการทำหมันแล้ว (80%) ดังนั้นการทำหมันแมวไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมนี้ได้ดี
ที่ปีนป่าย 68% และมีการใช้อุปกรณ์เล่นกับแมวยังไม่มากแค่ 23% ซึ่งน้อยเกินไปอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้เกิดความเครียดและปัญหาพฤติกรรมในแมว โดยเฉพาะปัญหาการทำลายข้าวของในบ้านซึ่งพบมากถึง 81% ปัญหารบกวนเจ้าของเวลาทำงาน 77% และมัก ส่งเสียงดังประมาณ 90% ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ ซึ่งอาจจะการขาดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง มีของเล่นน้อยเกินไป และเสี่ยงให้เกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อื่นๆตามมาได้อีก
ถึงแม้วว่าเจ้าของเกือบทุกคน มีกระบะทราย (94%) ให้แมว แต่ส่วนใหญ่มีจำนวนกระบะทรายไม่เพียงพอ (62%) เพราะเราควรมีกระบายทรายมากกว่าจำนวนแมวที่เลี้ยงเพื่อลดปัญหาการขับถ่ายไม่เป็นที่ ในการวิจัยครั้งนี้พบว่ามีปัญหาขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นประจำพบได้ 40% ปัญหานี้นอกจากอาจเกิดจากกระบะทรายที่ไม่เพียงพอ อาจจะเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพทางกายและจิตได้ด้วย
🐱เจ้าของส่วนใหญ่ต้องทิ้งแมวอยู่บ้านลำพัง (76%) เนื่องจากต้องออกไปทำงาน ทำธุระ โดยส่วนใหญ่ทิ้งไว้ประมาณ 5-8 ชม (40%) ซึ่งจำทำให้เกิดปัญหาความเครียดจากการคิดถึงเจ้าของได้ ซึ่งปัญหานี้ผมได้ประมาณ 58%
🐱เจ้าของส่วนใหญ่ชมเชยให้รางวัลแมวเมื่อแมวมีพฤติกรรมดีอยู่เสมอ (61%) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มีการลงโทษเล็กน้อยเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (40%) อันนี้ไม่ดีจะยิ่งทำให้แมวเกิดความเตรียดและก้าวร้าวได้ ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวต่อเจ้าของพบได้ประมาณ 50% โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการถูกอาบน้ำแปรงขน ถัดมาเกิดจากการถูกสัมผัสตัวมากเกินไป เช่นอุ้มแมวและกอดแมวมากเกินไป (65%)
🔴พฤติกรรมของแมวนั้นเกิดจาการสั่งงานของระบบประสาทและฮอร์โมน ซึ่งถูกกระตุ้นโดยปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น อาหาร และวิธีการเลี้ยงดู และการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ทำให้หลายครั้งเราไม่สามารถปรับพฤติกรรมได้อย่างเดียว ต้องทำการรักษาโรคทางกายและใจร่วมไปด้วย โดยเฉพาะปัญหาความกลัวส่วนใหญ่จะเกิดจากความไม่สมดุลย์ของสารสื่อประสาทในสมอง การฝึกสุนัขเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องทานยาปรับพฤติกรรมร่วมด้วยดถึงจะดีที่สุด
🔴หากท่านมีปัญหาพฤติกรรมแมว สามารถอ่านบทความ หรืออยากปรึกษาเบื้องต้นสามารถทำได้ที่ Facebook คนน่ารักกับสัตว์เลี้ยงแสนดี (https://www.facebook.com/goodpetandhuman) หรือพาแมวมารักษาหรือปรับพฤติกรรมได้ที่ คลินิกจิตเวชสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสามารถทำการรักษาได้ทั้งออนไลน์ และมาที่โรงพยาบาล

จัดทำบทความโดย : วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี
Website : https://veterinary.wu.ac.th 

Facebook Comments Box