สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดโครงการ Cross-Cultural Healthcare Exploration Program: Bridging Borders with Showa University, Japan โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษา และคณาจารย์ ได้รับความเข้าใจอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพยาบาล ระบบบริการสุขภาพ ความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างสถาบัน และปฏิบัติทางด้านสุขภาพทางวัฒนธรรมในประเทศญี่ปุ่น พร้อมแล้ว มาติดตามกิจกรรมในแต่ละวันกันได้เลยค่ะ
Day 1 ( 6 May 2024) วันแรก ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวันนี้จะเป็นวันเที่ยวสำหรับพวกเรา โดยมี Professor จากมหาวิทยาลัยโชวะ ได้นำพวกเราเที่ยว ซึ่งอาจารย์จะดูแลเราตลอดทั้งทริปในการศึกษาดูงานครั้งนี้ เริ่มต้นวัน เราขึ้นรถไฟจากสถานีฮาตาโนะได ไปยังสถานีฮาราจูกุ



สถานที่แรกที่เราได้เที่ยวชม คือ ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) ซึ่งศาลเจ้าตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีฮาราจูกุ สามารถเดินได้จากสถานีเพียง 3-5นาที เมื่อเราเดินเข้ามาบริเวณศาลเจ้า เราก็จะพบเสาโทริอิ (Torii) ซึ่งจะเปรียบเสมือประตู เมื่อเราก้าวผ่านเข้าไปก็จะเสมือนว่าเข้าไปในเขตศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพวกเราได้เข้ามาด้านในแล้วความรู้สึกเหมือนหลุดมาอีกโลก ซึ่งภายในตลอดทางเดินที่เข้าสู่ศาลเจ้า จะถูกล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวขจี ให้บรรยากาศร่มรื่น เหมือนป่ากลางกรุง



เมื่อเราเดินเข้ามาก็จะพบกับถังหมักเบียร์ ถังสาเกที่ห่อด้วยฟาง เป็นจุดเช็คอิน และจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมกันถ่ายรูป ด้วยลวดลายของถังสาเก ที่มีสวดลายและสีสันสวยงาม


เมื่อเราเดินไปสักพัก เราก็จะพบกับอาคารหลักของศาลเจ้าเมจิ โดยก่อนที่เราจะเข้าไปภายใน ทางซ้ายมือจะพบกับซุ้ม Temizuya ซึ่งจะเป็นบริเวณสำหรับให้เราได้ชำระสิ่งสกปรกก่อนจะเข้าไปด้านใน เดิมจะมีกระบวยให้ตักน้ำ แต่ปัจจุบันจะเป็นก๊อกน้ำเป็นลักษณะกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งจะมีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา วิธีการชำระล้างสิ่งสกปรก เราจะเริ่มจากล้างมือ จากนั้นล้างปาก และล้างมืออีกรอบ ถือว่าเสร็จสิ้น จากนั้นเราก็เดินเข้าไปภายในได้ ซึ่งวันที่เราได้เข้าไปนั้น ถือว่าเป็นวันฤกษ์ดี และเราเองก็โชคดี ได้พบกับขบวนพิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยเจ้าสาวจะสวมชุดชิโรมุกุ เป็นกิโมโนสีขาว และสวมหมวกสีขาวที่เรียกว่า วาตาโบชิ ส่วนเจ้าบ่าว จะสวมชุดมงสึกิ ฮาโอริ ฮากามะ เป็นกิโมโนสีดำติดตราประจำตระกูล




บรรยายกาศภายในศาลเจ้าเต็มไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่น ซึ่งช่วงที่เราไป เป็นช่วงที่ไม่มีหิมะแต่ยังคงมีอากาศหนาว ซึ่งสามารถเดินเล่นได้สบาย นอกจากนี้ในศาลเจ้ามีจุดให้เราเขียนคำอวยพรอธิษฐานใส่กระดาษ หรือแผ่นไม้ ซึ่งจะมีจำหน่ายแผ่นละ 100 เยน สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเขียนในแผ่นกระดาษ ซึ่งเมื่อเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำไปหย่อนในกล่องไม้ที่ทางศาลเจ้าได้ตั้งไว้ และจุดสุดท้ายของศาลเจ้าที่เราได้แวะ คือจุดซื้อของฝาก ซึ่งจะมีเครื่องรางนำโชคต่างๆ จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การงาน การเงิน การสอบ สุขภาพ นอกจากนี้มีจุดเสี่ยงเซียมซี ให้ได้เสี่ยงทายโชคกันด้วย
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันคือ ถนนทาเคชิตะ ซึ่งเป็นย่านซื้อสินค้าที่เรียกได้ว่ามีผู้คนมากมาย เป็นแหล่งช็อปปิ้ง ซึ่งจะมีสินค้า Art toy อนิเมะต่างๆ เครื่องสำอาง และสินค้าแฟชั่นต่างๆ รวมถึงมีร้านอาหารตั้งอยู่มากมายในย่านนี้

เมื่อเราเดินช็อปปิ้งกันเสร็จแล้ว สถานที่ถัดไปที่เราไป คือ Galaxy Harajuku เราได้เข้าไปชม Team lab ซึ่งการเข้าชมที่นี่ เราจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมตามรอบ ด้านในจะมีการจัดนิทรรศการ และโชว์ศักยภาพของsmart phone sumsang galaxy มีจุดให้ถ่ายภาพและทำกิจกรรมรับของรางวัล




สถานที่สุดท้ายที่เราได้ไปเที่ยวในวันนี้ คือ ย่านชิบูย่า และเราได้มาเดินที่ห้าแยกชิบูย่า ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง และมีอินฟลูเอนเซอร์มากมายมาทำคอนเท้นต์กัน ซึ่งเป็นจุดเชคอินยอดฮิตของที่นี่เลยก็ว่าได้
จากนั้นก่อนกลับที่พัก เราได้มาแวะที่รูปปั้นฮาจิโกะ ซึ่งเป็นรูปปั้นสุนัขที่โด่งดัง ซึ่งฮาจิโกะนั้นเป็นสุนัขที่ได้มาส่งและรอรับเจ้านายของมันทุกวัน จนวันที่เจ้านายได้เสียชีวิตจากไปแล้ว ฮาจิโกะก็ยังคงมารอ จึงได้สร้างรูปปั้นของฮาจิโกะขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ จนได้มีการทำภาพยนตร์
ในปี ค.ศ. 1924 ฮิเดซาบูโร อูเอโนะ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการเกษตรกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อากิตาอินุ ไว้ และตั้งชื่อให้ว่า “ฮาจิ” ซึ่งในตอนเย็นของทุกวัน ฮาจิจะไปรอเขาใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟชิบูยะ เป็นเช่นนี้อยู่ทุกวันจนกระทั่งในวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1925 ศาสตราจารย์อูเอโนะได้เสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้ในวันนั้นเจ้านายของฮาจิไม่ได้กลับไปที่สถานีรถไฟ ถึงกระนั้นในทุก ๆ วัน ฮาจิก็ยังคงมารอเจ้านายของมันที่สถานีชิบูยะ
Day 2 ( 7 May 2024) วันนี้ พวกเราและอาจารย์ ตัวแทนจากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน โรงพยาบาลในเครือ Showa University ซึ่งมีทั้งหมด 8 แห่ง และคลินิก 1 แห่ง ได้แก่ Showa University Hospital , Showa University East Hospital , Showa University Fujigaoka Hospital , Showa University Fujigaoka Rehabilitation Hospital , Showa University Northern Yokohama Hospital , Showa University Koto Toyosu Hospital , Showa University Toyosu Clinic , Showa University Karasuyama Hospital และ Showa University Dental Hospital.
ในครั้งนี้ได้มีโอกาสในการเยี่ยมชมที่ Showa University Koto Toyosu Hospital โดยตั้งอยู่ที่เกาะโทโยสุ (Toyosu) การเดินทางเริ่มจากสถานี Hatanodai มายังสถานี Ookayama และต่อไปยังสถานี Nagatacho จากนั้นไปทาง Yurakucho line และมีการไปพักรับประทานอาหารกลางวันที่ Lalaport และพักผ่อนบริเวณ Toyosu Park Bridge และหลังจากนั้นจึงไปยัง Showa University Koto Toyosu Hospital


Showa University Koto Toyosu Hospital ก่อตั้งเมื่อปี 2014 และมีเตียงในการรับผู้ป่วยทั้งหมด 400 เตียง และมีหลาย Departments ได้แก่ Digestive Diseases Center, Endoscopy Center, Cardiovascular Diseases Center, Stroke Center, Children’s Medical Center, Perinatal Medical Center, Internal Medicine Center, Surgery Center, General Medicine, Treatment center / Chemotherapy, Hospital Dentistry, Rehabilitation, Pharmacy, Radiology , Integreated Support Center และมีวอร์ดเฉพาะ ได้แก่ CCU/ICU, NICU, Emergency Center, Hemocatharsis และเมื่อไปถึงมีการเข้าฟังการบรรยายหัวข้อ Japanese medical System และได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ของระบบสุขภาพของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น



และได้รับโอกาสในการเยี่ยมชมในแต่ละ Departments ได้แก่ ห้องยา (Pharmacy) ได้เรียนรู้ระบบการจัดยาให้แก่ผู้ป่วย ด้วยการสแกนบาร์โค้ดและจัดยาตามแผนการรักษาของแพทย์ ทั้งที่เป็นยา และสารน้ำต่างๆ พร้อมกับระบบการเช็คยาและจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วย
นอกจากนี้ได้ไปเยี่ยมชม Perinatal Center, Child Center , Rehabilitation , Pediatrics , Women’s Clinic และ Integrated support center ซี่งเป็นที่ให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสในการพูดคุย ปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับการรักษา การดำเนินของโรค แนวทางการรักษา เหตุผลในการAdmit และ Discharge และสิทธิการรักษา
Day 3 (8 May 2024) คณะอาจารย์และนักศึกษา สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เข้าฟังบรรยายในหัวข้อ “ยาแผนตะวันออกและการฝังเข็ม” ณ Showa University Hatanodai Campus ประเทศญี่ปุ่น โดยมีอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโชวะ เป็นผู้บรรยาย และได้ร่วมกันทำ “โทคิชะคุยะคุซัง” ซึ่งเป็นยาแผนตะวันตกที่นำสมุนไพรต่างๆ ได้แก่ โทกิ เซนคิว ชาคุยากุ โซจุทสึ บุคริโอ และตักชา มาต้มกับน้ำสะอาด จะได้เป็นชาสมุนไพรที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ในสตรี มีฤทธิ์ร้อนทำให้รู้สึกผ่อนคลายและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อมาเป็นการสาธิตวิธีการฝังเข็ม โดยสามารถทำได้หลายบริเวณ อาทิเช่น มือ เท้า ศีรษะ เป็นต้น โดยการฝังเข็มจะเป็นการใช้เข็มฝังบริเวณที่เป็นเส้นลมปรานของร่างกายเป็นการช่วยกระตุ้นลมปราณ และเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยระบายเลือดที่คั่งเนื่องจากการไหลเวียนไม่ดี ระบายความร้อน หรือสารพิษ เป็นการบำรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูร่างกายที่เสียสมดุลไปให้กลับเข้าสู่สมดุล ถือเป็นการได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆในการเข้าฟังบรรยายครั้งนี้ สุดท้ายได้มีการมอบของที่ระลึกแก่ผู้บรรยายและถ่ายรูปร่วมกัน
ในช่วงบ่ายคณะอาจารย์ เเละ นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ทำการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มหาวิทยาลัยโชวะคามิโจ เพื่อศึกษาเรียนรู้เเละเเสดงความสามารเคารพต่อ ความสร้างสรรค์ที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่นของ “ ชูสึเกะ คามิโจ “ โดยคณะต้อนรับได้เล่าถึงความเป็นมาว่า “หลังจากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตคันโต ชูสึเกะ คามิโจ ได้ก่อตั้งวิทยาลัยการแพทย์โชวะขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม “แพทย์” ที่มีความสามารถในการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่สถานพยาบาล ซึ่งเขาเรียกว่า “ชิเซ อิกคัง” 「至誠一貫」 ซึ่งมีความหมายว่า การช่วยเหลือสังคมของด้วยความจริงใจและความทุ่มเทอย่างแท้จริง” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ แนวคิดที่ว่า “บุคคลที่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทางการแพทย์จะปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความเจ็บปวดด้วยความเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและความทุ่มเทอย่างจริงใจ โดย ภารกิจหลักของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ คือ การแสดงความเคารพต่อการศึกษาที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์เป็นโอกาสแก่เราในการเชื่อมต่อกับสิ่งดีงามในอดีต เเละ สืบทอดเจตจำนงค์ของ ชูสึเกะ คามิโจ ต่อไป โดยภายใน พิพิธภัณฑ์ นั้นประกอบไปด้วยเครื่องใช้สิ่งของในอดีตที่มากมาย โดยเฉพาะอุปกรณร์ทางการเเพทย์ซึ่งมีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยโชวะเป็นอย่างยิ่งโดยคณะต้อนรับได้ทิ้งท้ายไว้ว่าในอนาคตจะเพิ่ม วัตถุโบราณ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ในอดีตเข้าไปอีก เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา และสามารถถ่ายทอดสู้ผู้คนได้มากขึ้น
Day 4 (9 May 2024) Don’t just sit and dig into your books Look at the big wide world and see what it has to offer อย่ามัวหาความรู้แค่ในตำรา ให้ลองเงยหน้าขึ้นมามองโลกกว้างบ้าง เหมือนดั่งเช่นวันนี้ที่พวกเรานักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีโอกาสมาค้นหาความรู้ไม่ใช่แค่ในหนังสือหรือในชั้นเรียนเพียงเท่านั้น แต่พวกเราได้รับโอกาสให้มาหาความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมไกลถึงประเทศญี่ปุ่นและนั่นก็คือ Home Visiting in Japan!
วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 67, พวกเราได้มีโอกาสมา Home visiting ที่ Fujigaoka, Yokohama city ประเทศญี่ปุ่น, สถานที่แรกที่เราได้ไปคือ Grand Blue สถานที่นี้เป็นที่พักของ staff และบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนจะพักอยู่ที่นี่ก่อนจะ ออกไปดูแลผู้ป่วย การที่พวกเรามาที่นี่ พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Japanese medical care, หน้าที่และบทบาทของแพทย์พยาบาล และทีมบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ในการดูแลผู้ป่วยในชุมชน


สถานที่ถัดมาที่พวกเราได้ไปเรียนรู้นั่นก็คือ Nursing Medical Center Care ทีนี่มีผู้ป่วยประมาณ 35 คน ประกอบด้วยหลากหลายโรค จำนวนผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในวัยผู้สูงอายุ การได้มาที่นี่พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยของประเทศญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น Music therapy โดยดนตรีบำบัดจะช่วยบำบัดผู้ป่วยสูงอายุในการออกเสียง,การใช้เครื่อง X-rays ที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งานกับผู้ป่วย, การป้อนอาหารผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบประสาท เพื่อป้องกันภาวะ aspirate pneumonia ที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย, การกายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดโดยเฉพาะ นักกายภาพบำบัด จะมาทำการกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง, การดูแลช่องปากโดยทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะมา ดูแลช่องปาก และตรวจสุขภาพช่องปาก 3 ครั้งต่อสัปดาห์.



และพวกเราได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารของผู้ป่วย โดยอาหารของผู้ป่วยจะมีชนิดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคำสั่งของแพทย์ โดยแพทย์จะสั่งอาหารให้ผู้ป่วยเป็นรายบุคคลให้เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วย และผู้ที่จัดอาหารให้ผู้ป่วยคือนักโภชนการ ซึ่งการจัดอาหารของนักโภชนการ จะอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ทั้งหมด ตัวอย่างอาหารที่แสดง จะแบ่งตามความสามารถในการกลืนของผู้ป่วยเนื่องจากผู้ป่วยที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีปัญหาในการกลืน


สถานที่ถัดมาที่พวกเราได้มีโอกาสเรียนรู้คือ Share House ซึ่งที่นี่จะเป็นบ้านซึ่ง 1 ห้องจะมีผู้ป่วยประมาณ 4 คน ที่นี่จะได้รับการดูแลโดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะมาติดตามอาการ 2 – 3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งการดูแลส่วนใหญ่จะเป็นพยาบาล โดยพยาบาลจะมาที่นี่ทุกวัน เฉพาะในตอนกลางวัน และที่นี่จะไม่มีพยาบาลในตอนกลางคืน แต่ในกรณีฉุกเฉิน ที่นี่จะมีปุ่มที่สามารถกดเรียกแพทย์หรือพยาบาลให้มาที่นี่ได้ทันที และสถานที่สุดท้ายที่พวกเราได้เรียนรู้ นั่นก็คือการไปถึงบ้านของตัวผู้ป่วยเอง แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะมาติดตามอาการ 2-3 ครั้งต่อเดือน การดูแลส่วนใหญ่จะอยู่ในการดูแลของสมาชิกในครอบครัว การดูแลแบบนี้จะเหมาะแก่ผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคและตัวโรคอยู่ในระยะสงบ
ท้ายที่สุดนี้พวกเรา อยากขอขอบพระคุณคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเรารู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างมาก ที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Japanese medical care systems, บทบาทของทีมบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยรวมไปถึงการรักษาผู้ป่วยในชุมชน พวกเราจะนำสิ่งที่ดีไปพัฒนาและปรับใช้กับผู้ป่วยในประเทศไทย และพวกเราขอขอบคุณสำหรับการดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดทั้งวัน พวกเราหวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกในอนาคตและยินดีต้อนรับหากคุณมาประเทศไทย








Day 5 (10 May 2024) เช้าวันสุดท้ายของGlobal Nursing Education and Practice study short program วันนี้พวกเราอยู่ที่ Showa university Yokohama Campus นะคะ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว การฟังบรรยายกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันนี้นะคะ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเข้าร่วมโครงการทางShowa University ได้มอบเกียรติบัตรการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้แก่นักศึกษาและอาจารย์ทุกท่าน เพื่อเป็นเกียรติและเป็นหลักฐานการร่วมมือระหว่าง2 มหาวิทยาลัยที่ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น
จากนั้นพวกเราก็ได้เยี่ยมชมการเรียนการสอนของนักศึกษาพยาบาลของทางShowa University ซึ่งมีห้องเรียนAnatomy โดยที่ไม่ใช้ร่างจริงของอาจารย์ใหญ่มาให้ศึกษา แต่จะมีการศึกษาแบบดิจิตอล โดยจะมีโต๊ะคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่โดยจะแสดงร่างกายของมนุษย์ซึ่งสามารถเลือกระบบที่จะศึกษาได้ สามารถเลือกขนาดความลึกของชั้นกล้ามเนื้อที่อยากจะเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ยังมียังมีหุ่นจำลองซึ่งมีความพิเศษคือ เราสามารถฟังเสียงความผิดปกติของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็น เสียงปอดหรือเสียงหัวใจ ซึ่งถือว่าเป็นสื่อการเรียนที่ทำให้ผู้เรียนได้มีทักษะด้านAnatomy มากยิ่งขึ้น จากนั้นเราย้ายไปชมห้องเรียนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนะคะ ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครันเพียงพอต่อนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น เตียง ซึ่งเตียงที่ใช้จะเป็นเตียงประเภทเดียวกันกับเตียงที่ใช้ในโรงพยาบาล หรือรถเข็น หมอน ผ้าปูเตียง และอื่นๆ จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะมีลักษณะการประกอบต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งสะดวกในการเครื่องย้าย และสามารถเปลี่ยนได้ง่าย
หลังจากการรับประทานอาหารเที่ยง ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มการแสดงโชว์ของไทยทั้ง4 ภาค ซึ่งการแสดงนี้มีการแต่งกายที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของภาคนั้นๆ รวมในการแสดงครั้งนี้มีนักศึกษาของShowa Universityตื่นเต้นให้ความสนใจมากมาย ซึ่งทางผู้แสดงก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
การเรียนรู้จากโครงการครั้งนี้ได้มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในหลายๆด้าน ซึ่งอยากจะเชิญชวนพี่ๆน้องๆทุกคนที่สนใจในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ประสบการณ์ อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมที่สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ได้จัดขึ้นกันเยอะๆนะคะ
ขอขอบคุณเรื่องราว และภาพบรรยากาศ โดยนักศึกษาพยาบาล

6 May 2024 โดย
น.ส.มะลิตา กีรติการกุล
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3

7 May 2024 โดย
น.ส.สุดารัตน์ เรืองเวช
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4

9 May 2024 โดย
นายปรัชญา เปล่งเมืองปัก
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4

8 May 2024 โดย
นายสพล เขาทอง
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2

8 May 2024 โดย
นางสาวนวนันทินี ไชยพูล
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2

นางสาวพลอยไพลิน สุวรรณชาโต
นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3