Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

การใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน

ข้อมูล : ฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ในช่วงเดือนรอมฎอนหรือเดือนบวช ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะถือศีลอด งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนเวลารับประทานหรือปรับขนาดยาด้วย โดยเฉพาะยาที่มีการออกฤทธิ์สัมพันธ์กับการรับประทานอาหารหรือระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย

กลุ่มยาเบาหวาน ที่ต้องปรับยาช่วงรอมฏอน ได้แก่

กลุ่มที่ 1 Sulfonylurea (SU) ได้แก่ Glipizide และ Gliclazide

กลุ่มที่ 2 Biguanide ได้แก่ Metformin

การใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน

กลุ่มที่ 3 ยาสูตรผสม

การใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน

ตัวอย่างการปรับยาเบาหวานในช่วงรอมฎอน

ก่อนรอมฎอนระหว่างรอมฎอน
Sulfonylurea (SU)  หลักการ ให้ขนาดยาปกติในมื้อเย็น (ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง) และลดขนาดยาครึ่งหนึ่งในมื้อเช้ามืด
-Glipizide 5 mg รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนอาหารเย็นปรับเป็น รับประทานยา 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนอาหารเย็น
-Glipizide 5 mg รับประทานยา 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนอาหารเย็นปรับเป็น รับประทานยา 0.5 เม็ด ก่อนอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนอาหารเย็น
-Gliclazide 60 mg รับประทานยา 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้าปรับเป็น รับประทานยา 1 เม็ด ก่อนอาหารเย็น
Biguanide/และสูตรผสม  หลักการ เลื่อนการรับประทานตอนมื้อเช้าไปเป็นมื้อเย็น และจากมื้อเย็นไปเป็นมื้อเช้า
-Metformin 500 mg รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เช้า เที่ยง เย็น ปรับเป็น รับประทานยา 1 เม็ด หลังอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด หลังอาหารเย็น
-Metformin 500 mg รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า เย็นไม่ต้องปรับ
-Metformin 500 mg รับประทานยาครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เช้า เที่ยง เย็นปรับเป็น รับประทานยา 2 เม็ด หลังอาหารเช้า รับประทานยา 2 เม็ด หลังอาหารเย็นเช้า รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนนอน (ห่างกัน อย่างน้อย 3 ชม.ในแต่ละมื้อ)

การหยุดอดอาหาร โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ถือศีลอดควรหยุดการอดอาหารถ้ามีภาวะใดภาวะ หนึ่งต่อไปนี้

1. ระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 มก./ดล.

2. ระดับน้ำตาลสูงกว่า 300 มก./ดล.

3. มีอาการของภาวะน้ำตาลต่ำ น้ำตาลสูง อาการขาดน้ำ หรือมีความเจ็บป่วยเฉียบพลัน

ทั้งนี้ ในการปรับขนาดยา แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งก่อนปรับขนาดยา ไม่ควรปรับขนาดยาเอง นอกจากนี้แนะนำให้ผู้ป่วยตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ถือศีลอด หากน้ำตาลในเลือดต่ำมากเกินไปหรือสูงเกินไปควรรีบมาพบแพทย์ทันที

Facebook Comments Box