เวลานึกถึง “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” ชาเขียวมักฉะโผล่มาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบร้อน เย็น ลาเต้ หรือแม้แต่ขนมหวานอย่างไอศกรีม
มัทฉะ แต่รู้หรือไม่ว่า…ชาเขียวไม่ได้มีดีแค่ “ดื่มแล้วรู้สึกสุขภาพดี” เท่านั้น เบื้องหลังใบเล็กๆ เหล่านี้ ซ่อนทั้งวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และเคล็ดลับสุขภาพที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลยทีเดียว
ชาเขียวคืออะไร?
ชาเขียว (Green Tea) คือชาที่ผลิตจากใบของต้น Camellia sinensis โดยไม่ผ่านกระบวนการหมัก (fermentation) เหมือนชาอื่นๆ เช่น ชาดำหรือชาอู่หลง หลังเก็บเกี่ยว ใบชาจะถูกอบหรือผ่านความร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการออกซิไดซ์ ทำให้คง “สีเขียว” และ สารต้านอนุมูลอิสระ เอาไว้ได้มากที่สุด
ประโยชน์หลักๆ ที่ชาวโลกหลงรัก
1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
โดยเฉพาะ EGCG (Epigallocatechin Gallate) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ป้องกันเซลล์เสื่อม และอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด
2. ช่วยเผาผลาญพลังงาน
มีงานวิจัยพบว่า การดื่มชาเขียวเป็นประจำสามารถ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ได้เล็กน้อย และช่วยในการควบคุมน้ำหนัก (โดยเฉพาะเมื่อควบคู่กับการออกกำลังกาย)
3. ลดระดับความเครียด
ชาเขียวมีกรดอะมิโนชื่อว่า L-theanine ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายโดยไม่ง่วง และเสริมสมาธิเมื่อดื่มคู่กับคาเฟอีนในปริมาณที่พอดี
ชาเขียวกับมัทฉะ ต่างกันไหม?
ต่างกันแม้จะมาจากต้นเดียวกัน แต่
ชาเขียวทั่วไป = ชงจากการแช่ใบชา
มัทฉะ (Matcha) = ผงใบชาบดละเอียดที่กิน “ทั้งใบ” เข้าไป
มัทฉะจึงมี คาเฟอีนและ EGCG มากกว่า ชาเขียวแบบชงทั่วไป ดื่มแล้วตื่นเร็วกว่า แต่ก็อาจทำให้ใจสั่นได้ง่ายกว่าเช่นกัน ถ้าเผลอใส่ผงเยอะเกินไป
ดื่มยังไงให้ได้ประโยชน์?
ข้อควรระวังนิดนึง !
- – ไม่ควรดื่มเกิน 3–5 แก้ว/วัน เพราะคาเฟอีนและสารแทนนินอาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก
– หญิงตั้งครรภ์ควรจำกัดการดื่ม หรือปรึกษาแพทย์
– ชาเขียว “แบบขวดสำเร็จรูป” มักมีน้ำตาลสูง ควรอ่านฉลากก่อนทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง
สรุป :
ชาเขียวไม่ใช่แค่เครื่องดื่มธรรมดาๆ แต่เป็นเหมือนของขวัญจากธรรมชาติ ที่ทั้งหอม สดชื่น และมีประโยชน์กับร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าคุณจะดื่มเพื่อสุขภาพ หรือเพื่อความสุนทรีย์ ชาเขียวก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีเสมอ