“เราอาจจำวันที่สอนในแต่ละคาบไม่ได้ทั้งหมด แต่มีนักศึกษาหลายคนที่จดจำความรู้สึกจากห้องเรียนนั้นไปตลอดชีวิต”
เมื่อเปิดประตูห้องเรียนในแต่ละวัน นักศึกษาแต่ละคนไม่ได้พกมาเพียงสมุด หนังสือ หรือคอมพิวเตอร์ หากแต่พกเรื่องราวชีวิตติดตัวมาด้วย บางคนกำลังปรับตัวกับการใช้ชีวิตห่างบ้าน บางคนกังวลกับผลการเรียน บางคนต้องทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว ขณะที่บางคนกำลังต่อสู้กับความไม่มั่นใจหรือความเงียบงันในใจที่ไม่มีใครมองเห็น เราอาจไม่รู้ว่าใครกำลังเผชิญอะไรอยู่ แต่เราสามารถทำให้ห้องเรียนเป็นสถานที่ที่เขาไม่ต้องแบกรับความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นอีก นั่นอาจเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดชิ้นหนึ่งที่ผู้สอนมอบให้กับผู้เรียน
ในแวดวงการศึกษา แนวคิดเรื่อง Psychological Safety หรือ “ความปลอดภัยทางจิตใจ” ซึ่งเสนอโดย Amy Edmondson อธิบายถึงบรรยากาศที่ผู้คนรู้สึกว่าตนสามารถตั้งคำถาม แสดงความคิดเห็น ยอมรับความผิดพลาด และเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกตัดสินหรือถูกลดคุณค่า
สำหรับมหาวิทยาลัย แนวคิดนี้มีความหมายยิ่งกว่าการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร เพราะมหาวิทยาลัยไม่ใช่เพียงสถานที่ผลิตบัณฑิต หากเป็นพื้นที่ที่หล่อหลอมความคิด คุณค่า และตัวตนของมนุษย์คนหนึ่ง
ห้องเรียนที่ปลอดภัย จึงไม่ใช่ห้องเรียนที่ไม่มีความเห็นต่าง หากเป็นห้องเรียนที่ทุกคนสามารถเห็นต่างได้อย่างให้เกียรติกันเป็นห้องเรียนที่นักศึกษากล้าพูดว่า “ผมยังไม่เข้าใจ” กล้าตั้งคำถามที่อาจไม่มีคำตอบเดียว และกล้ายอมรับว่า ความผิดพลาดไม่ใช่เครื่องหมายของความล้มเหลว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
ในฐานะผู้สอน เรามักตั้งใจเตรียมเนื้อหา เตรียมสื่อ และเตรียมกิจกรรมการเรียนรู้ แต่บางครั้ง สิ่งที่นักศึกษาจดจำมากที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในสไลด์ หากเป็นรอยยิ้มเมื่อเขาตอบผิด เป็นคำพูดสั้น ๆ ว่า “ไม่เป็นไร ลองคิดไปด้วยกัน” เป็นการรับฟังโดยไม่รีบตัดสิน หรือเป็นสายตาที่ทำให้เขารู้ว่า “ตรงนี้ คุณมีคุณค่า” ความไว้วางใจเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากตำแหน่งทางวิชาการ หากเกิดจากความเป็นมนุษย์ของผู้สอน
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่นักศึกษาหลายคนกำลังเผชิญความกดดันจากการเรียน การแข่งขัน ปัญหาครอบครัว สุขภาพจิต หรือความไม่แน่นอนของอนาคต ห้องเรียนอาจเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่ทำให้เขารู้สึกว่า “ฉันยังมีพื้นที่ให้หายใจ” สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา ความหมายของการดูแลนักศึกษาอาจไม่ได้อยู่ที่การมีคำตอบให้ทุกปัญหา แต่อยู่ที่การรับฟังด้วยความเข้าใจ การมองเห็นศักยภาพของนักศึกษาแม้ในวันที่เขายังมองไม่เห็นมัน และการบอกเขาด้วยการกระทำว่า “คุณไม่จำเป็นต้องเดินผ่านช่วงเวลานี้ยืนอยู่เพียงลำพัง”
ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ เรามุ่งหวังให้นักศึกษาเติบโตเป็นผู้ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นผู้บริหารที่เข้าใจผู้คน และเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคม แต่คุณลักษณะเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการท่องจำทฤษฎีเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการได้เรียนรู้ในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้รับฟังความแตกต่าง เคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่น และกล้าตั้งคำถามต่อโลกด้วยเหตุผลและความเมตตา ห้องเรียนจึงเป็นมากกว่าสถานที่เรียนหนังสือ แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครคนหนึ่งได้ เราอาจไม่มีวันรู้ว่าคำพูดหนึ่งประโยค รอยยิ้มหนึ่งครั้ง หรือการรับฟังอย่างตั้งใจเพียงไม่กี่นาที จะช่วยให้นักศึกษาคนหนึ่งลุกขึ้นมาสู้กับชีวิตได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เราอาจไม่มีวันรู้ว่า นักศึกษาที่เคยนั่งอยู่ในห้องเรียนของเรา จะเติบโตไปเป็นข้าราชการ นักบริหาร นักพัฒนา หรือผู้นำชุมชนที่ส่งต่อความเข้าใจและความเมตตาให้กับผู้คนอีกมากมาย
บางที…ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการศึกษา อาจไม่ใช่เพียงบัณฑิตที่มีความรู้ หากคือมนุษย์คนหนึ่งที่รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า จึงพร้อมมองเห็นคุณค่าของผู้อื่นเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย การเรียนรู้ก็จะงอกงาม และมนุษย์ก็เติบโตไปพร้อมกับความรู้ ความเข้าใจ และความเมตตาต่อผู้อื่น
เขียนโดย
อาจารย์มะฮ์ดีย์ จำปีพันธุ์ รักษาการแทนผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ
สำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์


เอกสารอ้างอิง
Edmondson, A. C. (1999). Psychological Safety and Learning Behavior in Work Teams. Administrative Science Quarterly, 44(2), 350–383.
Edmondson, A. C. (2019). The Fearless Organization: Creating Psychological Safety in the Workplace for Learning, Innovation, and Growth. Wiley.
Tina M. Olsson, et al. (2024). Health-Promoting Learning Environments in Higher Education: A Scoping Review of Structural Interventions to Protect Student Mental Health. European Journal of Education.
Wiley Online Library
Overcoming Mental Health Challenges in Higher Education: A Narrative Review. Frontiers in Psychology, 2024.