Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

5 เครื่องดื่มยอดฮิตที่ทำลายฟันมากกว่าที่คิด

5 เครื่องดื่มทำร้ายฟัน

หลายคนทราบดีว่าน้ำตาลในเครื่องดื่มหวานๆ เป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาฟันผุ แต่ในมุมมองทางทันตแพทย์ สิ่งที่น่ากลัวและอันตรายไม่แพ้น้ำตาลคือ “ค่าความเป็นกรด (pH)” และปริมาณน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในเครื่องดื่มแก้วโปรดของคุณ การจิบเครื่องดื่มที่มีกรดหรือน้ำตาลสูงทีละน้อยตลอดทั้งวัน เปรียบเสมือนการนำฟันไปแช่ในกรดโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เคลือบฟันกัดกร่อน บางลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่ปัญหาฟันผุและอาการเสียวฟันตามมา

ซึ่งในวันนี้ ผมจึงได้นำสรุปอันดับเครื่องดื่มยอดฮิตและแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากมาให้ทุกท่านได้สำรวจกัน

อันดับ 1: ชานมไข่มุก (ช้อนชาชานม/ปริมาณน้ำตาลสูง 18.5 – 20.5 ช้อนชา)

  • ระดับความเสี่ยง: หวานจัดและส่งผลเสียต่อฟันสูง

  • สาเหตุที่ทำร้ายฟัน: ปริมาณน้ำตาลที่สูงมากเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก นอกจากนี้ เม็ดไข่มุกยังมักติดอยู่ตามร่องฟันและซอกฟัน ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ยิ้มระรื่น และปล่อยกรดออกมาย่อยสลายผิวฟันได้ง่ายยิ่งขึ้น

อันดับ 2: น้ำอัดลม (ปริมาณน้ำตาล 10 – 12 ช้อนชา)

  • ระดับความเสี่ยง: ความเป็นกรดสูง กัดกร่อนเคลือบฟันทันที

  • สาเหตุที่ทำร้ายฟัน: นอกจากน้ำตาลสูงแล้ว น้ำอัดลมยังมีส่วนผสมของกรดคาร์บอนิก (Carbonic acid) หรือกรดฟอสฟอริก (Phosphoric acid) ที่มีค่า pH ต่ำมาก สามารถกัดกร่อนเคลือบฟันธรรมชาติได้โดยตรง

อันดับ 3: น้ำผลไม้ (ปริมาณน้ำตาล 8 – 10 ช้อนชา)

  • ระดับความเสี่ยง: กรดจากธรรมชาติทำลายผิวฟัน

  • สาเหตุที่ทำร้ายฟัน: ถึงแม้จะดูเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่น้ำผลไม้แท้และน้ำผลไม้พร้อมดื่มส่วนใหญ่มีกรดซิตริก (Citric acid) รวมถึงน้ำตาลฟรุกโตสสูง ซึ่งสามารถทำลายผิวฟันและทำให้เกิดการสึกกร่อนของฟันได้เช่นเดียวกัน

อันดับ 4: เครื่องดื่มชูกำลัง (ปริมาณน้ำตาล 6 – 8 ช้อนชา)

  • ระดับความเสี่ยง: กรดแรงและกัดเนื้อฟันลึก

  • สาเหตุที่ทำร้ายฟัน: เครื่องดื่มชูกำลังมักมีค่าความเป็นกรดสูงและมีสารปรับแต่งรสชาติที่ทำให้กรดสามารถกัดกร่อนชั้นเคลือบฟันและลงลึกถึงชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ได้รวดเร็ว

อันดับ 5: กาแฟ (ปริมาณน้ำตาล 4 – 7 ช้อนชา)

  • ระดับความเสี่ยง: คราบฝังลึกและปากแห้ง

  • สาเหตุที่ทำร้ายฟัน: สารแทนนิน (Tannin) ในกาแฟทำให้เกิดคราบเหลืองฝังแน่นบนผิวฟัน กาแฟมีความเป็นกรดอ่อนๆ รวมถึงคาเฟอีนมีฤทธิ์ลดการสร้างน้ำลาย ทำให้ปากแห้ง ซึ่งน้ำลายถือเป็นกลไกธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในการช่วยล้างกรดและปกป้องฟัน

จาก 5 อันดับที่ผ่านมาหลายๆคนอาจเคยผ่านมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้ผมมีแนวทางการป้องกันดูแลฟันที่ดีมาฝากทุกคนกันครับ

4 วิธีดื่มอย่างไรให้ฟันปลอดภัย

4 วิธีดื่มอย่างไรให้ฟันปลอดภัย

  1. รีบดื่มให้หมด อย่าจิบทั่วทั้งวัน การจิบน้อยๆ แต่บ่อยครั้งตลอดวัน เท่ากับเป็นการเติมกรดและน้ำตาลให้สัมผัสฟันอยู่ตลอดเวลา ทำให้น้ำลายไม่สามารถปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในช่องปากได้ทัน

  2. ใช้ “หลอดดูด” วางตำแหน่งหลอดให้ลึกเข้าปากเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องดื่มไหลผ่านลิ้นลงคอโดยตรง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวฟันด้านหน้า

  3. บ้วนน้ำเปล่าทันทีหลังดื่มเสร็จ การกลั้วปากด้วยน้ำเปล่าจะช่วยล้างเศษน้ำตาล คราบเครื่องดื่ม และลดความเป็นกรดในช่องปากได้อย่างรวดเร็ว

  4. ห้ามแปรงฟันทันที! (ควรรออย่างน้อย 30 นาที) หลังเจอกรด เคลือบฟันจะอยู่ในสภาวะอ่อนแอ หากแปรงฟันทันที ขนแปรงจะยิ่งไปขัดถูและทำลายผิวฟันที่อ่อนตัวลง ให้บ้วนน้ำเปล่าแล้วรอประมาณ 30 นาที เพื่อให้น้ำลายช่วยคืนแร่ธาตุ (Remineralization) และฟื้นฟูผิวฟันตามธรรมชาติก่อนค่อยแปรงฟัน

Facebook Comments Box