Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

สัตว์ทะเลที่มีพิษ

อันตรายจากสัตว์ทะเลแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

1.อันตรายจากสัตว์ทะเลที่มีพิษ กัด ทิ่มแทง หรือต่อย (venomous animals) และปล่อยสารพิษเข้าสู่ร่างกายตรงบริเวณบาดแผลนั้น พิษของสัตว์ทะเลอาจอยู่ที่เงี่ยง ก้าน ครีบ เขี้ยว และมีเข็มพิษที่เรียกว่า นีมาโตซีสต์ (nematocyst) ตัวอย่างได้แก่ ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน งูทะเล ปลาสิงโต และเม่นทะเล

2.อันตรายจากการบริโภคเนื้อ และอวัยวะของสัตว์ทะเลที่มีพิษ (poisonous animals) สัตว์ทะเลบางชนิดมีการสะสมสารพิษในบริเวณเนื้อเยื่ออวัยวะภายใน และรังไข่ เช่น แมงดาทะเล ปูบางชนิด และปลาปักเป้า เป็นต้น

3.อันตรายจากสัตว์ทะเลที่ทำให้การเกิดบาดแผล (injurious animals) เนื่องจากถูกอวัยวะที่แหลมคม เช่น ฟัน หนาม ก้านครีบ หรือเงี่ยง รวมทั้งการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาของสัตว์ทะเลบางชนิด เช่น ฉลามกัด ปูหนีบ เพรียงหินบาด และเปลือกหินทิ่มตำ เป็นต้น

 

บุ้งทะเล (Fire worm)
บุ้งทะเล เป็นสัตว์ทะเลกลุ่มหนอนปล้องจำพวกเดียวกับแม่เพรียง หรือไส้เดือนทะเล แต่ล าตัวสั้นกว่า เป็นสัตว์ทะเลพวก โพลีคีท (polychaete) หน้าตาคล้ายกับ ตะขาบ มีสีสันที่สามารถสะท้อนแสงดูวับวาว ลำตัวแบนรี ส่วนใหญ่มีความยาวล าตัว 5-10 เซนติเมตร แต่บางตัวก็อาจยาวถึง 30 เซนติเมตร มีส่วนยื่นของร่างกายออกไป เป็นคู่ด้านข้าง ช่วยในการว่ายน้ำ ตามลำตัวมีขนยาวมาก แข็งและคม หลุดออกจากตัวบุ้งได้ง่าย และแทงเข้าสู่ ผิวหนังหากไปสัมผัส

อาการเมื่อสัมผัสบุ้งทะเล

เนื่องจากขนบุ้งทะเลจะหลุดออกจากตัวบุ้งทะเลได้ง่าย และแทงเข้าสู่ผิวหนังเมื่อสัมผัส หากใครสัมผัส ขนที่มีลักษณะเป็นเส้นแข็งจะหักคาในผิวหนัง ท าให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นทันที ลักษณะเหมือนถูก ไฟลวก โดยจะปวดอยู่ประมาน 3 ชั่วโมง ซึ่งบริเวณที่ถูกขนแทงจะอักเสบบวมแดง และอาจจะรู้สึกชา แม้ว่า อาการปวดจะหายไป แต่จะมีอาการคันเป็นระยะเวลานาน และการเกาจะท าให้เกิดแผลอักเสบ ติดเชื้อ แบคทีเรีย และกลายเป็นแผลเป็น

สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ภาพลักษณะบุ้งทะเล ที่มา : https://phuketaquarium.org/knowleadge
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ภาพขนของบุ้งทะเลที่ติดอยู่ที่ผิวหนังผู้สัมผัส ที่มา: http://reefcentral.com/forums/showthread.php?t=2231058
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ภาพอาการเมื่อสัมผัสบุ้งทะเล ที่มา : https://thai.ac/news/show/130209

เม่นทะเล (Sea Urchin, Echinoidea)

 เม่นทะเล เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีรูปร่างทรงกลม (globular animal) คล้ายถ้วยคว่้า เปลือกเป็น หินปูน ด้านหลังโค้งนูน มีหนามยาวใหญ่ปลายแหลมจ้านวนมาก และหนามเล็ก ไม่เท่ากันปกคลุมบนล้าตัว เรียงตัว เป็นแถวคู่ขนานตามส่วนโค้งนูน ตัวจะมีสีด้า ลักษณะหนามเป็นเอไคโนเดิร์ม (echinoderms) เป็นสัตว์ในไฟลัม (echinodermata) อยู่ในชั้น เอไคนอยเดีย (Echinoidea) ซึ่งมีประมาณ 950 สปีชี อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล ในทุก มหาสมุทร ตั้งแต่ชายฝั่งจนถึงระดับความลึก 5,000 เมตร

พิษเม่นทะเล พิษเม่นทะเลอยู่ที่หนาม มี 2 ชนิด คือหนามขนาดใหญ่ และหนามขนาดเล็ก

1) หนามขนาดใหญ่บางชนิดสั้น บางชนิดยาว ส่วนใหญ่เป็นหนามที่ไม่มีพิษ มีส่วนประกอบของ หินปูน กับสารอินทรีย์ เมื่อทิ่มเข้าผิวหนังมักจะหักติดกับเนื้อใต้ผิวหนัง แม้จะพยายามบ่งออกอย่างไรก็ไม่ออกเพราะ เปราะง่าย โดยมักจะโดนหนามต้าคราวละหลายหนาม สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ที่โดนหนามทิ่มคล้ายเข็มทิ่มแทง เมื่อถูกทิ่มแทงจะมีอาการบวมแดง บวม และปวด เมื่อปล่อยทิ้งไว้ 2-3 วัน จะละลายหายไปเอง เนื่องจากเป็น หินปูน

2) หนามขนาดเล็กบางชนิดมีพิษ หนามเล็กจะสั้นและเล็กกว่าหนามใหญ่ อยู่ระหว่างหนามใหญ่ ส่วนมากพบทางด้านล่างของล้าตัว หนามชนิดที่มีพิษ เช่น Asthenosoma varium Grube ที่ส่วนปลายหนาม จะมี ถุงน้้าพิษอยู่ (www.taludiving.com/สัตว์ทะเลมีพิษ/เม่นทะเล.html) ซึ่งท้าให้เกิดอาการ ปวดแสบปวดร้อนมาก แผลบวมแดง มีเลือดออก หากถูกทิ่มเข้าไปในข้อ จะท้าให้เกิดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว ในบางรายอาจพบอาการทั่ว ทั้งระบบ มีอาการชา ไม่มีความรู้สึก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบประสาทส่วนนั้นไม่ท้างาน หน้าซีด คลื่นไส้อาเจียน ความดันโลหิตต่้า มีภาวะหายใจล้าบาก การสูบฉีดโลหิตไม่เป็นปกติ และอาจถึงตายได้ (กรมแพทย์ทหารเรือ, 2556) อาการหลังจากถูกพิษนั้นค่อยๆบรรเทาหลังจากเวลาไม่กี่นาที และจะหายปวดภายใน 1 ช.ม. แต่อาการชาของ กล้ามเนื้อซึ่งไม่มีความรู้สึกจะยังคงอยู่อีกหลายชั่วโมง แต่บางชนิดก็ไม่มีพิษ

 

สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา http://www.nongtoob3.blogspot.com
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา http://www.mynewblogkns.blogspot.com
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา http://www.nongtoob3.blogspot.com

แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) หรือต่อทะเล (Sea wasp) 

แมงกะพรุนกล่อง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะโปร่งใส หรือมีสีฟ้าอ่อน น้ำตาลอ่อน ชมพู หรือไม่มีสี จึงทําให้สังเกตได้ยากเวลาอยู่ในน้ำ รูปร่างคล้าลูกบาศก์ คล้ายร่ม หรือระฆังควํ่า มีขนาดแตกต่างกันไป แต่ละมุมของตัวสี่เหลี่ยมจะมีขายื่นออกมาก่อนจะแตกเป็นหนวด อาจมีหนวดมากถึง 15 เส้น แต่ละเส้นยาวได้ถึง 3 เมตร หนวดสามารถยืดออกไปได้ไกลเพื่อปล่อยกะเปาะซึ่งมีเข็มพิษ (nematocyst) ออกมาจับกินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร แมงกะพรุนยิ่งมีขนาดตัวใหญ่จะยิ่งมีพิษมาก เพราะมีจํานวนของกะเปาะที่ภายในมีสารพิษบรรจุอยู่จํานวนมากกว่า มีดวงตาเกาะกลุ่มกัน 4 กลุ่ม ว่ายน้ำได้เร็ว และสามารถเคลื่อนที่แบบพุ่งตัวขึ้นสู่บนผิวน้ำได้อย่างรวดเร็วถึง 5 ฟุตต่อวินาที

แมงกะพรุนกล่อง จำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่

1. ชนิดมีหนวดหลายเส้น – มีหนวดแบบแตกแขนงอาจมีได้มากถึง 60 เส้น มีถุงกระเพาะอาหาร (gastric saccules) มักพบบริเวณชายฝั่งทะเลน้ำตื้นระดับเอวหรือระดับเข่า ในบริเวณที่เป็นอ่าวและพื้นทะเลเป็นทราย ไม่มีแนวปะการังหรือแนวหิน โดยเฉพาะบริเวณหาดทรายใกล้ป่าชายเลนและปากแม่น้ำ บริเวณที่ได้รับพิษมีอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งอาการปวดนี้จะหายภายใน 4-12 ชั่วโมง และปรากฏเป็นรอยไหม้ ในรายที่มีอาการรุนแรงสามารถทำให้ผิวหนังบริเวณที่ได้รับพิษตาย และในกรณีได้รับพิษเป็นจำนวนมากอาจมีอาการสับสนหรือหมดความรู้สึก ก่อนที่จะนำไปสู่ระยะโคม่าและเสียชีวิตซึ่งในรายที่เสียชีวิตนั้นส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุระบบหัวใจหรือระบบหายใจล้มเหลว

2. ชนิดมีหนวดเส้นเดียว – หนวดแต่ละเส้นไม่มีการแตกแขนง ส่วนใหญ่ไม่มีถุงกระเพาะอาหาร พบได้ทุกฤดู ทุกพื้นที่ และทุกสภาวะอากาศ ส่วนใหญ่พบตามชายหาด แนวหินโสโครก ตามเกาะหรือบริเวณทะเลเปิด เช่น ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮาวาย แคริบเบียน ตาฮิติ อินเดียและทางตอนเหนือของอังกฤษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีลมอ่อน ๆ พัดเข้าหาฝั่ง ในเดือนที่มีอากาศค่อนข้างร้อน แมงกะพรุนหลายชนิดในกลุ่มนี้มีพิษและทำให้เกิดอาการอิรูคันจิ (Irukandji syndrome) บริเวณที่ได้รับพิษจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง แต่อาจไม่ปรากฏรอยไหม้ ในช่วงแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย และรุนแรงขึ้นหลังจากนั้นประมาณ 5 – 40 นาที อาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก หายใจลำบาก ไอ เป็นตะคริว กล้ามเนื้อหดเกร็ง ความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติแต่มักไม่ทำให้เสียชีวิต เพียงแต่ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบาย ซึ่งอาจเป็นเหตุให้จมน้ำง่ายขึ้น

สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา https://www.antijellyfish.com/chironex-fleckeri-sea-wasp-australian-box-jellyfish/
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา https://www.antijellyfish.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4-irukandji-box-jellyfish/
สัตว์ทะเลมีพิษและวิธีการปฐมพยาบาล
ที่มา https://sdgs.cmu.ac.th/th/ArticleDetail/3acc012d-35d6-4bcc-aedd-1a89b273c062
Facebook Comments Box