รู้หรือไม่ว่า…เบาหวานชนิดที่ 2 ไม่ได้เกิดจาก “กินหวาน” อย่างเดียว! พฤติกรรมการกินแบบเร่งรีบ และสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนสารพิษต่างหากคือ “ตัวการเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำร้ายสุขภาพเราโดยไม่รู้ตัว
จากงานวิจัยของเราในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่หันมากินอาหารแบบเน้นพืช เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดีกว่ากลุ่มที่ยังคงกินแบบเดิม ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยระดับนานาชาติที่สนับสนุนการกินแบบ Mediterranean Diet ว่าสามารถลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
แล้วถ้าพูดถึงภาคใต้ของไทย “กระท่อม” เป็นสมุนไพรที่หลายคนรู้จักกันดี ล่าสุดมีงานวิจัยไทยพบว่า กระท่อมอาจช่วยลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงเบาหวาน และ ลดไขมันในตับได้ แต่แน่นอนว่าเราต้องใช้ด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ตามกระแส เพราะการใช้สมุนไพรอย่างปลอดภัยและเหมาะสมต้องอาศัยทั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาชาวบ้านควบคู่กัน อีกด้านหนึ่ง การสัมผัสโลหะหนักอย่างแคดเมียมและตะกั่วในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในแหล่งอุตสาหกรรม กลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ของโรคเบาหวานและโรคไต และยังมีข้อมูลเสริมว่า คนที่สัมผัสสารพิษเหล่านี้มักมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วม เช่น สูบบุหรี่หรือกินอาหารแปรรูปเพิ่มเติมความเสี่ยง
ไม่เพียงเท่านั้น หลายพื้นที่ยังขาดการเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ ทำให้คนทำงานที่อยู่กับสารพิษเป็นเวลานาน ไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายกำลังถูกทำร้ายอย่างเงียบ ๆ การตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปี และการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสารพิษในสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม บทเรียนสำคัญคือ การป้องกันเบาหวานไม่ใช่แค่ลดน้ำตาล แต่ต้องมองให้ลึกถึงพฤติกรรมการกินที่ดี และสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ถ้าเราปรับจานอาหารและเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ ก็เท่ากับเราป้องกันโรคเรื้อรังให้ตัวเองในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
Adokwe, J. B., Waeyeng, D., Suwan, K., Camsanit, K., Kaiduong, C., Nuanrat, P., Pouyfung, P., Yimthiang, S., Petchoo, J., Satarug, S., & Khamphaya, T. (2024). Plant-Based Diet and Glycemic Control in Type 2 Diabetes: Evidence from a Thai Health-Promoting Hospital. Nutrients, 16(5), 619. https://doi.org/10.3390/nu16050619
Adokwe, J. B., Pouyfung, P., Kuraeiad, S., Wongrith, P., Inchai, P., Yimthiang, S., Satarug, S., & Khamphaya, T. (2025). Concurrent Lead and Cadmium Exposure Among Diabetics: A Case-Control Study of Socio-Demographic and Consumption Behaviors. Nutrients, 17(4), 710. https://doi.org/10.3390/nu17040710
Janthongkaw, A., Klaophimai, S., Khamphaya, T., Yimthiang, S., Yang, Y., Ma, R., Bumyut, A., & Pouyfung, P. (2024). Correction: Effect of Green and Red Thai Kratom (Mitragyna speciosa) on pancreatic digestive enzymes (alpha-glucosidase and lipase) and acetyl-carboxylase 1 activity: A possible therapeutic target for obesity prevention. PloS one, 19(6), e0305988. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0305988
Lago-Sampedro, A., Oualla-Bachiri, W., García-Serrano, S., Maldonado-Araque, C., Valdés, S., Doulatram-Gamgaram, V., Olveira, G., Delgado, E., Chaves, F. J., Castaño, L., Calle-Pascual, A., Franch-Nadal, J., Rojo-Martínez, G., & García-Escobar, E. (2024). Protective Effect of High Adherence to Mediterranean Diet on the Risk of Incident Type-2 Diabetes in Subjects with MAFLD: The Di@bet.es Study. Nutrients, 16(21), 3788. https://doi.org/10.3390/nu16213788
Pouyfung P, Adokwe JB, Yimthiang S, Ma R, Khamphaya T. (2025). Thai Kratom extracts ameliorate MAFLD through multi-target mechanism in FFA-induced HepG2 cells. J Appl Pharm Sci, 15(08), 043-054. http://doi.org/10.7324/JAPS.2025.240171