Dead Poets Society มีความรู้มั่นคงเป็นฐาน มีศิลปะนำวิญญาณแห่งจำนงเสรี

ผู้เขียน: พีรดนย์ ศรีวิจิตร (ศิษย์เก่าหลักสูตรภาษาอังกฤษ)

กว่าสามทศวรรษนับจากวันแรกที่ Dead Poets Society ออกฉายในปี 1989 แม้บางบริบทในภาพยนตร์อาจดูล้าสมัยเมื่อรับชมในศตวรรษที่ 21 กระนั้นแนวคิดหลักของเรื่องยังคงสดใหม่สำหรับผู้ชมอยู่เสมอ นั่นคือ “ใช้ชีวิตด้วยความตั้งใจของตนเอง ไม่ใช่ตามความต้องการของผู้อื่น”

Dead Poets Society บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนชายโรงเรียนประจำ แต่ละวันถูกเคี่ยวกรำร่ำเรียนเพียงวิชาการเพื่อสอบติดคณะในมหาวิทยาลัยดัง อนาคตจะได้ประกอบอาชีพอันมั่นคง มีเกียรติในสังคม และเป็นหน้าตาให้กับครอบครัว ขณะที่เหล่าเด็กหนุ่มพลุ่งพล่านกำลังก้มหน้าก้มตาท่องจำตัวอักษรอย่างว่าง่าย คุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษหน้าใหม่ท่านหนึ่งก็เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของนักเรียนกลุ่มนี้ด้วย ‘บทกวี’ ที่ปลดปล่อยความต้องการในจิตใจและเจตจำนงเสรีของพวกเขา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ยกศิลปะข่มวิชาการหรือเชิดชูศิลปินเหนืออาชีพอื่น หากแต่ฉีกทึ้งกรอบแนวคิดการเรียนแบบเก่าที่มองศาสตร์ต่าง ๆ เป็นเพียงความรู้ที่ต้องท่องจำ Dead Poets Society ให้เรามองหาวิธีมีความสุขกับการเรียนรู้โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นศิลปะหรือศาสตร์ใด หลายปัญหามีวิธีแก้มากกว่าในตำรา การเรียนรู้ไม่ถูกจำกัดอยู่กับอักขระบนกระดาษอย่างเดียว ศิลปะก็เช่นกัน มันไม่ได้ถูกสร้างเพื่อจรรโลงใจเท่านั้น แต่ยังวิพากษ์และแสดงอัตลักษณ์ของปัจเจกแลสังคม ต่อให้คุณไม่ได้ชื่นชอบศิลปะก็ไม่เป็นไร ขอเพียงอย่ากีดกัน และหากเป็นไปได้ โปรดสนับสนุนให้มนุษย์ได้มีโอกาสเข้าถึงศิลปะและความสุขไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกันภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนำเสนอมุมมองการใช้ชีวิตเฉกเช่นเสรีชนให้กลุ่มคนที่ถูกค่านิยมของคนรุ่นเก่ากดทับจนไม่มีสิทธิ์คิดเพื่อตนเอง แม้นเวลาผ่านมาหลายทศวรรษ แต่ยังมีเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ถูกค่านิยมของสังคมคนรุ่นเก่ากดทับห้ามแสดงความเห็นต่อต้านหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่มนุษย์นั้นหาใช่หุ่นยนต์ เรามีเลือดเนื้อ ความคิด และตัวตนของเราเอง หากการนั่งจ่อมบนเก้าอี้ไม่มีช่วยให้อะไรดี โปรดลุกจากเก้าอี้ เหยียบยืนบนโต๊ะ แล้วมองออกไป ไม่แน่ว่าเราอาจเห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่อย่างน้อยที่สุดอาจเปลี่ยนชีวิตของเรา และสำคัญไปกว่านั้น มันคือมุมมองของเราเอง เป็นเจตจำนงของตัวเอง Dead Poets Society จะยังคงเป็นภาพยนตร์ของผู้ที่รักในศิลปะ เป็นภาพยนตร์สำหรับผู้ที่ถูกกีดกันเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด และเป็นภาพยนตร์ที่แสดงให้เหล่าผู้ใหญ่ได้รับรู้ว่า เด็ก ๆ นั้นไม่ใช่เครื่องจักรที่เกิดมาทำตามคำสั่ง พวกเขามีร่างกาย ความคิด และจิตใจของตนเอง แทนจะไปขีดกรอบให้พวกเขาเป็นตัวแทนความสำเร็จของพ่อแม่ ให้พวกเขาได้หักร้างสร้างเส้นทางเดินด้วยตัวเอง แม้จะเจออุปสรรคและความเจ็บปวดเพียงใด ขออย่าได้ลืมว่า นั่นละคือ การเติบโตของมนุษย์

ที่มาของภาพ: www.rottentomatoes.com
Facebook Comments Box