Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ขมิ้นชัน  ป้องกันสารพัคโรค ประโยชน์มากกว่าที่คิด

ขมิ้นหรือขมิ้นชัน (Turmeric)  เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ส่วนเหง้าที่เป็นสีเหลืองมาทำอาหาร ชมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมินอยด์  (Curcuminoid)  มีสารต้านอนุมูลอิสระ  ลดคอเสลเตอรอลในเลือด ขมิ้นชันมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 80 เท่า จึงนำมาใช้ในโรคที่คาดว่าจะเกิดจากอนุมูลอิสระ อาทิ โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ และโรคหัวใจและหลอดเลือด  ทำให้มีการนำขมิ้นชันมาประยุกต์ใช้ในอาหารและยาอย่างแพร่หลาย   ในอาหารนิยมใช้เหง้าสดในหลายเมนูโดยเฉพาะอาหารใต้ เช่น ใส่ในพริกแกงใต้ แกงเหลือง เนื้อสัตว์ทอดขมิ้น ต้มขมิ้น หรือใช้แบบขมิ้นผงที่เป็นส่วนประกอบของผงกะหรี่ ใช้มากในเมนูอาหารอินเดียที่ให้สีเหลืองสวยงามด้วย  ขมิ้นชันมีประโยชน์และสรรพคุณในการรักษาโรค  เช่น

  1. การบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และรักษาแผลในกระเพาะอาหารซึ่งการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยต้องได้รับขมิ้นชันติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ โดยขมิ้นชันมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยลดแก๊สในทางเดินอาหาร ลดการหลั่งกรด เพิ่มการ หลั่งของสารที่มาช่วยเคลือบทางเดินอาหาร ไม่ให้ถูกทำร้ายจากกรด มีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดี ซึ่งน้ำดีมีความจำเป็นในกระบวนการย่อยของไขมัน แต่ในผู้ป่วยที่มีท่อน้ำดีอุดตัน นั้น ไม่ควรรับประทานขมิ้นชัน เพราะอาจจะทำให้น้ำดีซึ่งหลั่งออกมามาก จากการรับประทานขมิ้นแล้วตกตะกอนในถุงน้ำดี อาจทำให้อุดตันมากยิ่งขึ้น

2.การลดการอักเสบ ขมิ้นชันมีสรรพคุณลดการอักเสบของโรคที่เกิดจากการอับเสบหลายชนิด เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

3.ล้างพิษตับ ขมิ้นชันมีสรรพคุณช่วยขับพิษสะสมในตับ เนื่องจากมีฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ ช่วยบำรุงตับ โดยมีการใช้ขิ้นชันทดลองรักษาโรคคตับแข็งในหนู ผลปรากฏว่าอาการไม่ลุกลามเพิ่ม ทำให้นิยิมใช้เป็นสมุนไพรยาที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพและล้างพิษออกจากตับ

4.รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการแก้การอักเสบ จึงสามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้หายเร็วขึ้น  นอกจากนี้หากหั่นขมิ้นชันผสมกับน้ำผึ้ง  จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียดแน่น

5.ลดระดับไขมันในเลือด สารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols)  ที่อยู่ในขิ้นชันจะช่วยลดคอเลสเตอรอล มีฤทธิ์ในการลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและหัวใจ

          ขมิ้นชัน ยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคอื่นๆ อีก เช่น รักษาโรคริดสีดวงทวารและมีแผลบริเวณทวารหนัก  รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง  แก้อาการท้องร่วง เป็นต้น นอกจากนี้ขมิ้นชันยังมีสรรพคุณด้านความงาม ใช้เป็นเครื่องประทินผิวเพื่อบำรุงรักษาผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ  โดยเฉพาะได้รับความนิยมในการนำมาพอกหน้า คืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ซึ่งมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นสารสะกัดจากธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ขมิ้นชันมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษ หรือมีผลข้างเคียงจากการแพ้ขมิ้นชัน เช่น  อาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ  ดังนั้นควรรับประทานขมิ้นชันอย่างเพียงพอและเหมาะสมต่อโรคที่เป็น และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ ก็จะช่วยทุกท่านให้สุขภาพดีขึ้นได้ 

              

ที่มา     https://cookpad.com/th/seasonal_ingredients/3225-%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%99

                https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/1999331

                https://mgronline.com/dhamma/detail/9540000067446

                https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791843

          ผู้เขียน  นางสาวปิยรัตน์ วันทอง

Facebook Comments Box