สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดโครงการ Global Nursing and Physical Therapy professional and Cultural Camp 2025 with SHOWA University, Japan ครั้งที่ 2 โดยมีตัวแทนนักศึกษา และอาจารย์พยาบาล เข้าร่วมโครงการ 8 ท่าน เพื่อสร้างความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านการศึกษาทางการพยาบาล และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ร่วมกับ SHOWA University, Japan

DAY 1 (11 May 2025)



ในวันแรกพวกเราเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาเที่ยงคืนของญี่ปุ่น และถึงสนามบินนาริตะ (Narita Airport) เวลาประมาณ 06.00 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี Professor จากมหาวิทยาลัยโชวะ รอรับพวกเราที่สนามบิน และเดินทางด้วยรถบัสเข้าสู่โตเกียว โดยวันนี้จะเป็นวันท่องเที่ยวของพวกเรา
ในช่วงเช้า สถานที่แรกที่ได้เยี่ยมชม คือ วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) ซึ่งมีนักศึกษา ชั้นปีที่ 2-4 จาก Showa University Yokohama campus มารอต้อนรับและร่วมทริปเป็นเพื่อนบัดดี้ เพื่อแนะนำสถานที่ และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งวัดนาริตะตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนาริตะ สามารถโดยสารด้วยรถไฟได้ เมื่อเดินเข้าวัดนาริตะซัน จะเห็นประตูวัดเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม เดินเข้าไปจะพบลานกว้าง มีเจดีย์สามชั้นสวยเด่น และอาคารหลักของวัดที่ใช้ประกอบพิธีกรรม ผู้คนส่วนใหญ่จะมาหยุดไหว้พระ จุดธูป ขอพร และเขียน ema (ป้ายไม้เขียนคำอธิษฐาน) หรือเสี่ยงเซียมซี



เส้นทางเดินเข้าวัดผ่านถนน Omotesando มีร้านขนมญี่ปุ่นโบราณ ปลาไหลย่าง และของกินพื้นเมืองมากมาย เหมาะกับการเดินเล่นและสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และเราได้แวะจุดซื้อของฝาก มีเครื่องรางนำโชคต่างๆ จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การงาน การเงิน การสอบ สุขภาพ และได้ซื้อเครื่องรางมาด้วย




สถานที่ต่อมาในช่วงบ่าย คือ ชินจุกุ (Shinjuku) เป็นย่านสำคัญของโตเกียวที่ขึ้นชื่อเรื่องความคึกคักและทันสมัย มีสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์รวมของธุรกิจ ช็อปปิ้ง แฟชั่น และบันเทิง มีจุดเด่นอย่างย่านคาบูกิโจ (ไนต์ไลฟ์), สวนชินจูกุเงียวเอ็น (ธรรมชาติ), และตึกมหานครโตเกียว (ชมวิวฟรี) เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนทำงาน เป็นย่านที่สะท้อนความเป็นโตเกียวได้อย่างชัดเจน



หลังจากที่เราช็อปปิ้งกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราเดินทางไปยัง เมืองฮาตะโนได (Hatanodai) ซึ่งพวกเราได้พักที่หอพักของทางมหาวิทยาลัยโชวะ และในช่วงเย็นพวกเราเดินจากหอพักข้ามถนนไปเขตชินางาวะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทาง มีสถานีชินางาวะ (Shinagawa Station) มีร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อมากมาย บรรยากาศดี ผู้คนมักจะเดินเท้าและบ้านเมืองสะอาด ประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่งดงามในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเรื่องของ ความมีระเบียบวินัยและความเคารพต่อส่วนรวม ซึ่งสะท้อนผ่านพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การแยกขยะที่บ้าน เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลและรักษาความสะอาดของชุมชน การไม่เดินรับประทานอาหารตามทาง แสดงถึงความเกรงใจผู้อื่นและความใส่ใจต่อภาพลักษณ์ของสถานที่สาธารณะ ทั้งสองสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกของประชาชนในเรื่อง ความรับผิดชอบร่วมกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวในสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง




DAY 2 (12 MAY 2025)

วันนี้พวกเราและคณะอาจารย์ ตัวแทนจากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์และสำนักวิชากายภาพศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เดินทางไปยัง Yokohama campus เข้าร่วม Opening ceremony โดยเริ่มต้นกิจกรรมอย่างเป็นทางการระหว่างมหาวิทยาลัยโชวะกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต่อด้วยการแนะนำตัวทางคณะอาจารย์และนักศึกษาทั้งสองมหาวิทยาลัย และการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ผศ.ดร.ชฎาภา รังสรรค์ใบหยก (อาจารย์กายภาพ) และ อ.สุดา ใจห้าว (อาจาย์พยาบาล) ต่อด้วยการแนะนำมหาวิทยาลัยโชวะ โดย อ.ทานากะ และ อ.คางายะ และการแนะนำศูนย์แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของ SMU โดย อ.ไมเยอร์ส ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างสองสถาบัน


หลังจากทานมื้อเที่ยง ช่วงบ่ายมีการแสดงทางวัฒนธรรมโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งพวกเราได้เลือกโชว์การแสดงเป็น รำ 4 ภาค เป็นการแสดงที่สื่อถึงความงดงามและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทยในแต่ละภูมิภาค โดยใช้ท่ารำ ดนตรีพื้นบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างกันของแต่ละภาค เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ของภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ได้อย่างลงตัว


ต่อมาพวกเราได้เข้าร่วมกิจกรรม Yokohama campus skills lab ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ฐาน โดยแบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน และใช้เวลา 8 นาทีในแต่ละฐาน
ฐานที่ 1 ห้องเรียน Anatomy การศึกษากายวิภาคศาสตร์แบบ 3D โดยไม่ใช้ร่างจริงของอาจารย์ใหญ่ แต่จะใช้เป็นโต๊ะแสดงผลแบบหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ (Anatomage Table) ซึ่งจำลองร่างกายมนุษย์ในรูปแบบ 3 มิติ ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาได้ตามระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท หรือระบบกล้ามเนื้อ และสามารถซูมหรือเลือกชั้นความลึกของกล้ามเนื้อเพื่อดูรายละเอียดในแต่ละระดับได้อย่างอิสระ และยังสามารถจำลองผ่าอวัยวะแต่ละส่วนเพื่อดูโครงสร้าง กายภาพของอวัยวะนั้นๆได้อีกด้วย



ฐานที่ 2 BLS Simulation ฝึกการ CPR กับหุ่นจำลอง มีหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงผลทั้งความลึก จังหวะ และผลสรุปโดยรวมเป็นเปอร์เซนต์ในแต่ละครั้งของการฝึก CPR



ฐานที่ 3 Body interact ฝึกการวินิจฉัยด้วย 3D โดยจะมีโจทย์สถานการณ์ผู้ป่วยให้ ผู้เรียนจะเรียงลำดับการวินิจฉัย เช่น อาการสำคัญ การชักประวัติ การตรวจร่างกาย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ จนได้คำตอบของสถานการณ์นั้นๆ



ฐานที่ 4 ICU simulation จำลองการเข้าฝึกห้องในห้อง ICU โดยหุ่นจำลอง (ฮานาโกะ) ซึ่งมีความพิเศษคือ เราสามารถฟังเสียงปอดหรือเสียงหัวใจ ทั้งปกติและผิดปกติได้ รวมทั้งยังสามารถจับชีพจรในตำแหน่งต่างๆได้อีกด้วย และตัวแทนนักศึกษาพยาบาลกล่าวคำขอบคุณแก่อาจารย์และเพื่อนๆจากมหาวิทยาลัยโชวะสำหรับกิจกรรมนี้


หลังจากเสร็จกิจกรรมฐานต่างๆ พวกเราได้พักเบรก 1 ชั่วโมง และต่อด้วยกิจกรรม Yokohama campus tour ซึ่งจะมีอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโชวะ ได้นำพวกเราไปดูมหาลัยและห้องต่างๆ เช่น ห้องฝึกปฏิบัติพยาบาล ห้องคลอด ห้องเรียน Lecture เป็นต้น



ต่อด้วยการฝึกคัดลายมือคันจิ Calligraphy Japanese Kanji Writing โดยมีอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโชวะมาให้ความรู้ เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ฝึกฝนการเขียนตัวอักษรคันจิด้วยพู่กันอย่างประณีตที่เน้นความตั้งใจ ความสงบในจิตใจ และการควบคุมมืออย่างละเอียด ทำให้พวกเราเข้าใจความหมายของตัวอักษร พร้อมฝึกสมาธิและสัมผัสความงามของศิลปะการเขียนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
หลังจากทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน ก็ได้เวลาเข้าสู่ Dinner gathering ซึ่งมีอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ น้ำชา ของหวานที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น และมีวัฒนธรรมการทานมื้อเย็นแบบยืนกินของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “ทาจิกุ (立ち食い) ” เป็นการสะท้อนถึง ความประหยัดเวลาและความคล่องตัวของผู้คนในเมืองใหญ่ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าสนใจ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นในแบบที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ และพวกเราได้มีโอกาสลองสวมใส่ ชุดยูกาตะ ซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่แสดงถึงความงดงามและความเรียบง่ายในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมทั้งสนุกสนานกับการเล่น เคนดามะ ของเล่นพื้นบ้านที่ฝึกสมาธิ ความแม่นยำ และทักษะการเคลื่อนไหวอีกด้วย

DAY 3 ( 13 MAY 2025)
วันนี้พวกเรามีนำเสนอและเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ Healthcare System of each country และ Health Professional role in Aging society ซึ่งเราได้เรียนรู้ระบบการดูแลสุขภาพของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งประเทศไทยและญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับ แนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างชัดเจน แต่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านความเร็ว ความรุนแรง และระดับของการเตรียมความพร้อมในการรับมือ และได้รับความรู้ในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุที่หลากหลาย และให้สำคัญมากในการรองรับความต้องการของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงอาชีพด้านสังคม เทคโนโลยี และการออกแบบด้วย


ช่วงบ่ายพวกเราเดินทางไปยัง Nursing home ที่ Unimedica Fujigaoka (ユニメディコ藤が丘) ซึ่งจะเป็นสถานที่สำหรับดูแลผู้ป่วยสูงอายุ โดยที่นี่จะมีการดูแลผู้ป่วยโดยการจัดการสิ่งแวดล้อมรอบเตียงให้เหมือนกับที่บ้าน ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย เช่น การใช้เครื่องเอกซเรย์ที่ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพาโดยที่ผู้ป่วยได้เอกซเรย์ทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง และที่น่าสนใจมากนั่นก็คือเครื่องอาบน้ำผู้ป่วยอัตโนมัติ ที่สามารถอาบน้ำผู้ป่วยได้ง่ายขึ้นและสามารถทำความสะอาดร่างกายได้ทั่วถึงมากขึ้น โดยที่ผู้ป่วยจะได้อาบน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ได้รับการตรวจฟันทุกอาทิตย์ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสามารถออกกำลังกายได้ตลอดเวลาที่ผู้ป่วยต้องการ โดยการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่และยังมีการประเมินขณะออกกำลังกายอีกด้วย
สถานที่ถัดมาที่พวกเราเดินทางไปคือ NC for children ที่นี่เป็นสถานที่รับดูแลเด็กที่มีความบกพร่องอายุระหว่าง 2-18 ปี โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะใช้การบำบัดในหลายรูปแบบ เช่น Music therapy เป็นการบำบัดโดยใช้ดนตรี โดยให้เด็กฝึกเล่นดนตรี ,Dog therapyโดยสุนัขที่ผ่านการฝึก ,Speech therapy การฝึกพูดออกเสียง ,PT therapy เป็นการบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว


หลังจากเยี่ยมชมสถานที่เสร็จแล้ว พวกเราและคณะอาจารย์ได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และตัวแทนนักศึกษารวมทั้งอาจารย์กล่าวคำขอบคุณ และมอบของขวัญเป็นที่ระลึกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์








DAY 4 ( 14 MAY 2025)
ช่วงเช้าวันนี้เราเดินออกจากหอไปยัง Hatanodai campus ประมาณ 5 นาที เนื่องจากมหาวิทยาลัยอยู่ตรงข้ามกับหอพักของเรา โดยกิจกรรมของวันนี้คือ Acupuncture and Moxibustion Therapy, Japanese Kampo พวกเราได้เรียนรู้ และทดลองเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนโบราณของญี่ปุ่น ได้แก่ การฝังเข็ม (Acupuncture) เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กปักลงในจุดเฉพาะบนร่างกาย เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือปรับสมดุลร่างกาย, การรมสมุนไพร (Moxibustion) การเผาสมุนไพร “โมกุสะ” (Moxa) บนหรือใกล้จุดฝังเข็ม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนพลังงานและเลือด และสมุนไพรญี่ปุ่นแบบคัมโป (Kampo) ศาสตร์สมุนไพรญี่ปุ่นที่มีรากฐานมาจากการแพทย์แผนจีน ผสมผสานกับแนวคิดของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในปัจจุบัน และตัวแทนนักศึกษาพยาบาลกล่าวคำขอบคุณแก่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยโชวะสำหรับความรู้และกิจกรรมที่ร่วมกันผสมสมุนไพร





หลังจากพักทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว พวกเราและคณะจารย์ ตัวแทนจากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับโอกาสอันมีค่าในการเยี่ยมชมและศึกษาดูงานภายในเครือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยโชวะ (Showa University) ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลหลักทั้งหมด 8 แห่ง และคลินิกอีก 1 แห่ง ได้แก่ Showa University Hospital, East Hospital, Fujigaoka Hospital, Fujigaoka Rehabilitation Hospital, Northern Yokohama Hospital, Koto Toyosu Hospital, Karasuyama Hospital, Dental Hospital และ Toyosu Clinic
สำหรับการศึกษาดูงานในครั้งนี้ พวกเราได้เดินทางไป Showa University Koto Toyosu Hospital ด้วยรถบัส ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะโทโยสุ (Toyosu) ซึ่งพวกเราเดินทางมาถึงก่อนเวลาและมีเวลาได้เดินเล่นพักผ่อนบริเวณ Toyosu Park Bridge ท่ามกลางบรรยากาศริมอ่าวอันสวยงาม และเมื่อถึงเวลาจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาล
Showa University Koto Toyosu Hospital ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัย รองรับผู้ป่วยได้ถึง 400 เตียง ภายในมีศูนย์เฉพาะทางที่หลากหลาย เช่น ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ส่องกล้อง ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์การแพทย์เด็ก ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารก ศูนย์อายุรกรรม ศูนย์ศัลยกรรม ศูนย์เคมีบำบัด ทันตกรรมเวชศาสตร์ ฟื้นฟูสมรรถภาพ เภสัชกรรม รังสีวิทยา และศูนย์สนับสนุนแบบบูรณาการ อีกทั้งยังมีวอร์ดเฉพาะ เช่น ICU/CCU, NICU, ศูนย์ฉุกเฉิน และแผนกฟอกไต


เมื่อไปถึง ทางคณะได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “ระบบการแพทย์ของประเทศญี่ปุ่น” (Japanese Medical System) พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับระบบสุขภาพระหว่างไทยและญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้เข้าใจความแตกต่างด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงบริการสุขภาพของทั้งสองประเทศได้อย่างชัดเจน
หลังจากการบรรยาย เราได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมหลายแผนกในโรงพยาบาล โดยเริ่มจาก ห้องเภสัชกรรม (Pharmacy) ซึ่งใช้ระบบบาร์โค้ดในการจัดยาอย่างเป็นระบบตามแผนการรักษา ทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาฉีด และสารน้ำ พร้อมระบบตรวจสอบและกระจายยาอย่างแม่นยำ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารก (Perinatal Center) โดยมีห้องคลอดแบบส่วนตัวที่มีเครื่องมือเพียบพร้อมในห้อง เช่น เตียงคลอด Radian warmer ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก เพิ่มความสะดวก ทันสมัยและความเป็นส่วนตัว, ศูนย์การแพทย์เด็ก (Child Center) และกุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics), คลินิกสุขภาพสตรี (Women’s Clinic), ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation), ศูนย์สนับสนุนแบบบูรณาการ (Integrated Support Center) ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดกลางให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับแนวทางการรักษา แผนการดูแล สาเหตุของการเข้ารับการรักษา แนวโน้มการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ตลอดจนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ป่วยพึงได้รับ
โดยทางโรงพยาบาลจะเป็นระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Insurance – 国民健康保険) หรือ ประกันสุขภาพของบริษัท (Social Health Insurance) หากเป็นชาวญี่ปุ่นหรือผู้ที่พักในญี่ปุ่นระยะยาว
ต้องมีประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือประกันจากนายจ้าง ซึ่งช่วยครอบคลุม 70% ของค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยจ่ายเองเพียง 30% แต่หากเป็นชาวต่างชาติหรือผู้มาเยือนระยะสั้น (เช่น นักเรียนแลกเปลี่ยน นักท่องเที่ยว) จำเป็นต้องมี ประกันสุขภาพระหว่างประเทศ หรือประกันการเดินทาง หากไม่มีประกันใด ๆ อาจต้องชำระค่ารักษาเต็มจำนวน ซึ่งค่อนข้างสูง บางโรงพยาบาลอาจไม่รับผู้ป่วยที่ไม่มีประกัน หลังเสร็จสิ้นการดูงานในโรงพยาบาล คณะอาจารย์และนักศึกษาได้กล่าวคำขอบคุณ บอกความรู้สึก และมอบของที่ระลึกให้แก่คณะบุคลกรทางการแพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโชวะ





ช่วงเย็นหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ณ โรงพยาบาล พวกเราเดินทางไปยัง Tokyo Sky Tree ด้วยรถแท็กซี่ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความสงบของสถานพยาบาล สู่ความคึกคักของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ระหว่างการเดินทาง เราได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ย่านชุมชนที่เงียบสงบ อาคารทันสมัย จนเข้าสู่ใจกลางมหานครที่มีผู้คนสัญจรอย่างไม่ขาดสาย เมื่อเข้าใกล้ โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) หอคอยสูงระฟ้าเด่นสง่าท่ามกลางท้องฟ้า อาคารโดยรอบเต็มไปด้วยสีสันของเมืองใหญ่ ทั้งแสงไฟ ร้านค้า และนักท่องเที่ยว บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเราได้ช็อปปิ้ง ทานมื้อเย็น และเดินทางกลับหอพักด้วยรถบัส

DAY 5 (15 May 2025)
เช้านี้พวกเราได้เก็บสัมภาระ และ Check-out ออกจากหอพักเพื่อเดินทางไปพักที่ Fujiyoshida campus โดยสถานที่แรกก่อนเข้าที่พักคือ Lake Kawaguchi พวกเราเดินทางมาถึงทะเลสาบกาวากุจิประมาณ 10 โมงเช้าตามเวลาประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมองเห็นภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามมาก อากาศเย็นสบายและกลิ่นสดชื่นของธรรมชาติ อุณหภูมิประมาณ 18°C ลมพัดเบาๆ จากทะเลสาบ มีไอเย็นบางๆ มีผู้คน นักท่องเที่ยวเยอะมาก ร้านค้าและคาเฟ่ริมทะเลสาบ เช่น ร้านไอศกรีมและผลไม้สด มักจะมีลูกค้าแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็ยังมีมุมสงบให้พักผ่อน โดยเฉพาะบริเวณ Oishi Park ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวภูเขาไฟฟูจิ และเป็นช่วงดอกไม้ผลิบานกำลังสวย โดยตัวอย่างดอกไม้ที่เรานำมาแชร์คือ เนโมฟีลา (Nemophila) ネモフィラ หรือเรียกกันว่า Baby Blue Eyes มีเสน่ห์เพราะสีฟ้าอ่อนที่ตัดกับท้องฟ้าหรือวิวภูเขาไฟฟูจิได้สวยมากในญี่ปุ่นนิยมปลูกในสวนใหญ่ๆ เช่น Hitachi Seaside Park และแวะซื้อของฝาก ของระลึกในร้านแถวๆนั้น
หลังจากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง Arakurayama Sengen park โดยเริ่มต้นตั้งแต่เชิงเขา จะเห็นป้ายเล็กๆเขียนชื่อสวนและบันไดหินทอดยาวขึ้นไปท่ามกลางต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง ต้นซากุระยังมีใบอ่อน อากาศเย็นเบาๆ เมื่อเดินขึ้นมาราว 100 ขั้น จะเห็น เสาโทริอิสีแดงสดตั้งอยู่เหมือนเป็น “ประตูสู่ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์” เสาตัดกับฉากหลังของต้นไม้ และเงาสะท้อนบนพื้นดิน รู้สึกเหมือนกำลังจะเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง คนญี่ปุ่นบางคนจะหยุดยืนหน้าเสาโทริอิ โค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนก้าวผ่านเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หลังเสาโทริอิ มีศาลเจ้าไม้หลังเล็กๆ ศาลเจ้าอาราคุระฟูจิเซ็นเก็น ตั้งอยู่เงียบๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ หลังจากนั้นคือ บันไดหินกว่า 300 ขั้น ที่พาขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน ต้นไม้ขนาบข้างเส้นทางตลอดทางเดิน เมื่อขึ้นถึงยอด จะเห็นเจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) ตั้งอยู่ตรงหน้า ตัดกับพื้นหลังคือ ภูเขาไฟฟูจิที่ยิ่งใหญ่ และยังมีหิมะขาวบนยอดสวยงามมาก ภาพที่เห็นทำให้รู้สึกตะลึงเหมือนภาพในนิยาย พวกเราได้ลงไปทำความเคารพศาลเจ้าด้านล่างและซื้อเครื่องรางกลับมา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้พวกเรารู้สึกประทับใจและตกใจในความสวยงามของธรรมชาติที่มีในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก







เมื่อเดินทางถึง Fujiyoshida campus พวกเราได้แยกย้ายเก็บสัมภาระตามห้องของตนเอง ซึ่งในครั้งนี้พวกเราได้นอนคนละห้อง และบรรยากาศห้องพักเป็นวิวภูเขาไฟฟูจิ ช่างสวยมาก มีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างเพียบพร้อม


หลังจากเก็บสัมภาระเสร็จแล้วพวกเราได้เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติฟูจิโยชิดะ ซึ่งเป็นสวนที่มีทั้งผัก และดอกไม้ที่สวยงามมาก โดยพวกเราได้เดินเข้าไปศึกษาดอกไม้ที่มีในประเทศญี่ปุ่น สัมผัสบรรยากาศเย็น และถ่ายภาพร่วมกับธรรมชาติ อีกทั้งได้พักเบรกทานอาหารว่างที่เป็นอาหารที่นิยมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย






จากนั้นพวกเราแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่ม A ทำกิจกรรมแช่เท้า (Footbath) หรือเรียกว่า (足湯 – Ashiyu) และแสดงละครเวทีสั้น ส่วนกลุ่ม B กิจกรรมเล่นแบดมินตัน โดยทั้งสองกลุ่มจะทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยโชวะ



18.00 น. พวกเราร่วมกันรับประทานอาหารเย็นเป็น BBQ ในสวนธรรมชาติ เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ความละเอียดอ่อน ความมีระเบียบในการจัดการแยกขยะ การร่วมมือกันของทุกคนในการเตรียมวัตถุดิบ การต่อแถวรับอาหาร พวกเราทานอาหารพร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆกับเพื่อนๆญี่ปุ่น ซึ่งพวกเรารู้สึกสนุกและมีความสุขจริงๆ และตบท้ายด้วยการย่างมาชเมลโล่ว อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากพวกเราช่วยกันเก็บขยะ อุปกรณ์ และล้างจานเสร็จแล้ว ตัวแทนนักศึกษากล่าวคำขอบคุณและแยกย้ายเข้าที่พัก
และพวกเราได้แช่ออนเซ็นร่วมกัน โดยแบ่งเป็นรอบผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งประโยชน์ของการแช่ออนเซ็น คือช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ผ่อนคลายระบบประสาท ส่งเสริมการไหลเวียนเลือด ซึ่งวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่น เป็นบ่อน้ำรวม ทุกคนต้องอาบน้ำให้สะอาดก่อนลงบ่อ โดยไม่มีเสื้อผ้า ในญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง เป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมความสัมพันธ์ เนื่องจากนึกถึง ความสะอาด ความเท่าเทียมของคน และความเคารพต่อสถานที่ ประสบการณ์นี้ทำให้พวกเรารู้สึกสนิทกันมากขึ้น เรียนรู้วัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและน่าสนใจนี้มากๆ ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน




DAY 6 (16 MAY 2025)
เช้านี้เป็นวันสุดท้ายของโครงการ Global Nursing Education and Practice study short program 2025 บรรยากาศหลังตื่นนอน มองผ่านหน้าต่างห้องนอนเห็นภูเขาไฟฟูจิมีหิมะปกคลุมสวยมาก อากาศหนาวเบาๆ เห็นต้นไม้ ตึกหอพัก อาคารเรียน บรรยากาศเงียบสงบ และพวกเรามีนัดทานมื้อเช้าร่วมกัน เวลา 08.30 น.ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย โดยเช้านี้เราทานเป็นขนมปัง แยมช็อคโกแลตและเนย ไส้กรอกกับผัก มีนมหรือน้ำผลไม้ และขนมหวาน มีเพื่อนๆจากมหาวิทยาลัยโชวะมาส่งก่อนพวกเราก่อนจะเดินทางกลับ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นปฏิบัติ เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและน้ำใจอย่างลึกซึ้งต่อผู้มาเยือน สะท้อนหลักคิดของ Omotenashi หรือจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับแบบญี่ปุ่น การส่งแขกไม่ใช่แค่เพียงการลาจาก แต่เป็นพิธีกรรมเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจ เช่น การเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน หน้าร้าน หรือแม้แต่ยืนโบกมือจนแขกลับสายตา ถือเป็นมารยาทที่บ่งบอกถึงความจริงใจและให้เกียรติอย่างสูง

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย พวกเราออกเดินทางด้วยรถบัส กลับไปยัง Showa University Yokohama campus ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อร่วมพิธีปิดกิจกรรม โดยนักศึกษาและอาจารย์ทุกท่านได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติและเป็นหลักฐานการร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยที่ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น จากทาง Showa University พร้อมกับการกล่าวคำขอบคุณและความรู้สึกที่มีตลอดทั้งกิจกรรม


หลังจากนั้นพวกเราร่วมทานมื้อเที่ยงกับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโชวะ และเดินชมสวนดอกไม้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงที่ดอกไม้กำลังผลิบาน มีดอกไม้หลายชนิด และสวยงามมากๆ ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่า ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ ความหวัง ความสดใส และความงดงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะการชมดอกซากุระที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของฤดูกาล
ช่วงบ่ายเดินทางไป ศาลเจ้าสึรุงะโอะกะ ฮะจิมัง (Tsurugaoka Hachimangu) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ โดยสร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพฮะจิมัง เทพแห่งสงครามและผู้คุ้มครองนักรบ ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางทางการเมือง ศาสนา และวัฒนธรรมในยุคกลางของญี่ปุ่น ศาลเจ้าตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีบันไดหินสูงนำขึ้นสู่ศาลเจ้าหลัก และมีทางเดินศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกต้นซากุระตลอดแนวซึ่งงดงามมากในฤดูใบไม้ผลิ ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานแบบชินโต และเดินเท้าไป ถนนคามะจิ (Komachi street) ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งชื่อดังในเมืองคามาคุระ อยู่ใกล้ศาลเจ้าสึรุงะโอะกะ ฮะจิมังงู เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ร้านขนม คาเฟ่ ของฝาก และงานฝีมือท้องถิ่น บรรยากาศคึกคัก เหมาะกับการเดินเล่น ชิมของอร่อย และซื้อของที่ระลึก โดยเฉพาะขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและเครื่องรางจากศาลเจ้า พวกเราได้เดินซื้อของและทานอาหารเย็นร่วมกับเพื่อนๆบัดดี้จาก Showa University Yokohama campus











18.00 น. ถึงช่วงเวลาแห่งการอำลาแล้ว พวกเรารู้สึกดีใจ เต็มไปด้วยความผูกพันและความทรงจำดีๆ ที่ได้ใช้ร่วมกันกับเพื่อนๆทั้ง 2 มหาวิทยาลัย รวมถึงบุคลากรและคณะอาจารย์ มาส่งด้วยความอบอุ่นและความห่วงใย ทำให้ใจรู้สึกดีและประทับใจมากตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีความสุขและรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ มีเพื่อนบัดดี้คอยให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ พาพวกเราเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน เราได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์มากมายที่มีค่ามาก อีกทั้งยังได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทุกคน และของขวัญที่บัดดี้มอบให้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกปลื้มมากๆ พวกเรารู้สึกขอบคุณทุกคนจากใจจริงที่ทำให้เวลาที่นี่เต็มไปด้วยความหมายและความอบอุ่น และหลังจากนั้นพวกเราเดินทางด้วยรถบัสออกจาก Kamakura ไปยังสนามบิน Haneda ถึงสนามบินประมาณ 19.30น. รอเช็คอินและเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย
จากโครงการ Global Nursing Education and Practice study short program ในครั้งนี้พวกเรา ตัวแทนนักศึกษาและคณะอาจารย์ ขอขอบคุณทางโอกาสอันมีค่านี้ในการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรม วิถีชีวิต และระบบการศึกษา รวมถึงส่งเสริมทักษะด้านภาษา การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ โครงการนี้ไม่เพียงเติมเต็มองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้มีเป้าหมายในการพัฒนาตนเองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ กลับมาสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และพวกเราอยากเชิญชวนพี่ๆน้องๆทุกคนที่สนใจในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ประสบการณ์ ในปีหน้ามาร่วมกิจกรรมกันนะคะ
เขียนโดย นักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์





