- ไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงโลกของเราทุกวันนี้ ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการ "เดินทาง" ของกระแสไฟครับ วันนี้ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงได้เขียนบทความสรุปชัด! ความต่างของไฟฟ้า AC และ DC ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันว่ามีอะไรบ้าง
- 1. ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current - DC)
- คอนเซปต์ : ไหลทางเดียว มั่นคง ตรงไปตรงมา
- ลักษณะ : กระแสไฟจะไหลจากขั้วบวกไปขั้วลบในทิศทางเดียวสม่ำเสมอ ไม่มีการสลับทิศทาง
- แหล่งกำเนิด : แบตเตอรี่, ถ่านไฟฉาย, แผงโซลาร์เซลล์
- เหมาะกับ : อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ต้องการไฟที่นิ่งและเสถียร เช่น สมาร์ทโฟน, โน้ตบุ๊ก (สังเกตว่าสายชาร์จจะมี "อะแดปเตอร์" เพื่อแปลงไฟบ้านให้เป็นไฟ DC ก่อนเข้าเครื่อง)
- 2. ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current - AC)
- คอนเซปต์ : ไหลสลับไปมา รวดเร็วและทรงพลัง
- ลักษณะ : กระแสไฟจะไหลสลับขั้วบวกและลบไปมาอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ความถี่" (Hz) ในประเทศไทยเราใช้ความถี่ 50 Hz ซึ่งหมายถึงไฟสลับทิศทางถึง 50 ครั้งต่อวินาที!
- แหล่งกำเนิด : โรงไฟฟ้า และไดนาโมขนาดใหญ่
- เหมาะกับ : เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในบ้าน เช่น ตู้เย็น, แอร์, เครื่องซักผ้า และระบบไฟในอาคาร
- 🤔 ทำไมไฟบ้านต้องเป็น "กระแสสลับ (AC)"?
- หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมโรงไฟฟ้าไม่ส่งไฟ DC มาให้เราเลย? คำตอบคือเรื่อง "ระยะทาง" ครับ:
- 1. ส่งได้ไกลกว่า : ไฟ AC สามารถแปลงแรงดันให้สูงมาก ๆ (หลายหมื่นโวลต์) เพื่อส่งผ่านสายไฟระยะทางไกลโดยที่ พลังงานไม่ค่อยสูญหาย ระหว่างทาง
- 2. ประหยัดและปลอดภัย : หากใช้ไฟ DC ส่งจากโรงไฟฟ้า เราจะต้องตั้งสถานีจ่ายไฟถี่มาก (สิ้นเปลืองงบประมาณ) และถ้าแรงดันตก การใช้งานก็จะติดขัด
- 3. ปรับแรงดันง่าย : เมื่อไฟ AC เดินทางมาถึงหน้าบ้านเรา "หม้อแปลง" จะทำหน้าที่ลดแรงดันลงมาเหลือ 220 โวลต์ เพื่อให้เราใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันที
- สรุปสั้น ๆ :
- DC : เหมือนน้ำที่ไหลในท่อไปทิศทางเดียว (ใช้กับอุปกรณ์พกพา)
- AC : เหมือนคลื่นทะเลที่ซัดไปมา (ใช้กับการส่งไฟระยะไกลและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน)
- ทั้งคู่ต่างทำงานร่วมกันเพื่อให้เรามีเทคโนโลยีที่สะดวกสบายในทุกวันนี้ครับ
- ข้อมูลอ้างอิง
- ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
- https://sciplanet.org
- ความแตกต่างของกระแสไฟฟ้า
- ไฟกระแสตรง (DC) และไฟกระแสสลับ (AC) ต่างกันอย่างไร?
Facebook Comments Box