
เคยไหมคะ? นั่งทานสับปะรดหวานฉ่ำอยู่ดีๆ แต่ผ่านไปไม่กี่ชิ้น กลับรู้สึกยิบๆ ที่ลิ้นจนแสบไปหมดบางคนถึงกับบอกว่า “สับปะรดมันกัดลิ้น!” แต่จริงๆ แล้วเรื่องมันลึกซึ้งกว่านั้นค่ะ เพราะในทางวิทยาศาสตร์สับปะรดไม่ได้แค่กัดเราธรรมดา แต่มันกำลังพยายาม “ย่อย” เราอยู่ต่างหาก! ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะ ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ วันนี้ฉันจะพาไป รู้จักกับอาวุธลับในสับปะรดที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นกันค่ะ แล้วมาดูกันว่าศึกระหว่างเรากับสับปะรด ใครจะชนะกันแน่?”

อาวุธชิ้นที่ 1 “โบรมีเลน” (Bromelain) เอนไซม์จอมเขมือบโปรตีน
สับปะรดมีเอนไซม์พิเศษที่ชื่อว่า โบรมีเลน ค่ะ หลักการทำงานของมันก็คือการ “ย่อยโปรตีน”
ให้สลายตัว ซึ่งลิ้นและกระพุ้งแก้มของเราก็ประกอบด้วยโปรตีนเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อเราเคี้ยวสับปะรด เจ้าโบรมีเลนจึงเริ่มทำงานโดยการย่อยสลายโปรตีนบนผิวสัมผัสในปากเราทันที นี่คือสาเหตุที่เรารู้สึกแสบลิ้นนั่นเองค่ะ

อาวุธชิ้นที่ 2 “ราไฟด์” (Raphides) กองทัพเข็มอาบยาพิษ
นอกจากเอนไซม์แล้ว สับปะรดยังมีอาวุธที่น่าทึ่งอย่าง ผลึกแคลเซียมออกซาเลต หรือที่เรียกว่า“ราไฟด์” ซึ่งหากส่องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นเป็นแท่งผลึกรูปร่างเหมือนเข็มที่แหลมคมจำนวนมหาศาลเมื่อเรากัดเนื้อสับปะรด เข็มจิ๋วเหล่านี้จะถูกดีดออกมาทิ่มแทงลิ้นเราให้เกิดแผลขนาดจิ๋ว เพื่อเปิดทางให้เจ้าเอนไซม์โบรมีเลน ซึมเข้าไปย่อยสลายโปรตีนได้ลึกขึ้น! เรียกว่าเป็นการทำงานร่วมกันของอาวุธที่สมบูรณ์แบบสุดๆ
แต่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ถึงแม้สับปะรดจะพยายาม “กัด” หรือ “ย่อย” เรากลับบ้าง แต่ในทางกลับกัน สับปะรดก็เป็นผลไม้ที่อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์มหาศาล เพราะโบรมีเลนตัวเดียวกันนี้เองที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยระบบย่อยอาหารโดยเฉพาะการย่อยโปรตีนและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในร่างกายได้เป็นอย่างดีทันทีที่เรากลืนลงไปกรดในกระเพาะอาหารของเราก็จะจัดการทำลายเอนไซม์นี้เอง และร่างกายของเราก็สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อในปากได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ สับปะรดยังเป็นแหล่งของวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรณ และช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการอักเสบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าเป็นผลไม้ที่ทั้งอร่อย สดชื่น
เคล็ดลับการทานสับปะรดให้ฟิน แบบไม่โดน “กิน” กลับ!
1.แช่น้ำเกลือ การนำสับปะรดที่หั่นแล้วไปแช่ในน้ำเกลือเจือจาง จะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โบรมีเลนได้บางส่วน ทำให้อาการแสบลิ้นลดลง
2.เลือกทานสับปะรดสุกจัด สับปะรดที่สุกเต็มที่มักจะมีปริมาณของเอนไซม์และผลึกแคลเซียมออกซาเลตน้อยกว่าสับปะรดดิบหรือสับปะรดที่ยังไม่สุกดี ทำให้ทานได้สบายลิ้นมากขึ้น
3.หลีกเลี่ยงส่วนแกน ส่วนแกนกลางของสับปะรดเป็นบริเวณที่มีเอนไซม์โบรมีเลนและผลึกเข็มแคลเซียม ออกซาเลตหนาแน่นที่สุด ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ไวต่ออาการแสบลิ้น ควรหลีกเลี่ยงการทานแกนสับปะรดสด
4.ผ่านความร้อน เอนไซม์จะเสื่อมสภาพที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ดังนั้นการทานสับปะรดที่ผ่านการปรุงสุก เช่น ในเมนูผัดเปรี้ยวหวาน สับปะรดในพิซซ่า หรือการนำไปย่าง จะช่วยลดการระคายเคืองได้

สรุปว่าศึกนี้ใครชนะ? คำตอบคือ “เรา” ค่ะ! เพราะถึงสับปะรดจะมีเอนไซม์สายโหดแค่ไหน สุดท้ายมันก็ต้องยอมสยบให้กับการแช่น้ำเกลือ และ การซ่อมแซมตัวเองที่ยอดเยี่ยมของร่างกายเราอยู่ดี แล้วอย่าลืมแชร์เคล็ดลับนี้ให้เพื่อนที่ชอบแสบลิ้นเหมือนกันด้วยนะคะ
ข้อมูลอ้างอิง : Sanook – สนุกดอทคอม URL : https://www.instagram.com/p/DQrR1HrlHKG/?img_index=5&igsh=MXgxbXAweGdka2J4dA==