Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

หูดับ..เพราะกินหมูดิบ !!

โรคหูดับ

ข่าวโรคหูดับกำลังดังมากๆในตอนนี้ ฉันเป็นคนนึงที่ตกใจกับข่าวที่บอกว่ากินหมูดิบหูจะดับ เพราะชีวิตนี้ทั้งปิ้งย่างชาบูเป็นอาหารที่ฉันโปรดปราน มองย้อนกลับไปฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยระมัดระวังในการกินสักเท่าไหร่ เช่น ฉันใช้ตะเกียบคีบหมูลงกระทะแล้วนำตะเกียบอันเดียวกันมากินต่อ จนถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มที่จะสนใจเปิดอ่านข่าวสารจากอินเทอร์เน็ตที่คุณหมอให้ข้อมูลมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่แค่การกินหมูดิบอย่างเดียวที่ทำให้เกิดโรคหูดับ แต่มีหลากหลายสาเหตุตามข้อมูลที่ฉันได้ติดตามและค้นคว้ามา

โรคหูดับหรือโรคสเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis)เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียจากหมูดิบ หรืออาหารที่ทำจากหมูดิบ ที่สามารถติดต่อเข้าสู่คนได้จากการ กินหรือการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา ข้อสังเกต อาการจะเริ่มแสดงให้เห็นภายใน 3 วัน มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดตามข้อ มีจ้ำเลือดตามตัวและตามผิวหนัง ซึม คอแข็ง ชัก เมื่อเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง และกระแสเลือด ทําให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ ม่านตาอักเสบได้ เชื้อสามารถลุกลามไปยังบริเวณปลายประสาทรับเสียง และปลายประสาททรงตัว ทำให้เสียงค่อยๆเบาลงไปจนถึงไม่มีเสียง


วิธีป้องกัน
การป้องกันโรคไข้หูดับจากหมูดิบ มีวิธีและแนวทางในการป้องกัน ดังนี้
• ปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึง
• ลดการบริโภคเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากหมูที่ ดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบ หลู้ หมูหมักดิบ ก้อย หมูยอ แหนม
• แยกอุปกรณ์ที่ใช้รับประทานอาหาร เช่น ตะเกียบ ช้อนส้อม ที่ใช้กับหมูไม่สุกและหมูสุก
• เลือกบริโภคเนื้อหมูที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน หมูที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ ปลอดจากเชื้อโรค
• ไม่ใช้เขียงหมูดิบในการหั่นอาหารอื่นที่จะรับประทานโดยไม่ปรุงสุกเพิ่ม เช่น ผักสด ผลไม้สด หรืออาหารอื่นที่สุกแล้ว เพราะจะทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค
• ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ ก่อนและหลังสัมผัสเนื้อหมู
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหมูที่ป่วยหรือตาย หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรสวมถุงมือและหน้ากากอนามัย
• เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูควรหมั่นสังเกตอาการของหมู หากพบหมูมีอาการป่วย ควรรีบแยกหมูออกจากฝูง และแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในพื้นที่ทราบ
การรักษาโรคหูดับจำเป็นต้องได้รับการรักษาใครพบอาการเหล่านี้ให้รีบพบหมอทันทีนะคะ

บทความโดย : นางสาวภัคจิรา จิ้วฉิ้ม สำนักวิชา สารสนเทศศาสตร์ หลักสูตรดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
อ. พญ.ทศพร วิศุภกาญจน์
ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ : Website: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/

Facebook Comments Box