Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

จิตสาธารณะ: พลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของคนทำงาน

“จิตสาธารณะ” หรือ Public Mind คือคุณลักษณะภายในที่สะท้อนถึงความมีน้ำใจ การเสียสละ และความพร้อมที่จะทำสิ่งดีให้แก่ผู้อื่นและสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นพลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ เพราะแม้จะไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลทันที แต่กลับส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการอยู่ร่วมกันในองค์กรและในชุมชนโดยรอบ หากบุคลากรทุกคนมีจิตสาธารณะ องค์กรย่อมเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสามัคคี ความเอื้ออาทร และคุณธรรมที่มั่นคง

จิตสาธารณะไม่ใช่เพียงการร่วมกิจกรรมอาสาใหญ่โต เช่น การบริจาคหรือการปลูกป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การช่วยเพื่อนร่วมงานยกของ การรักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง การอาสาช่วยจัดกิจกรรมของหน่วยงาน หรือแม้แต่การยิ้มทักทายด้วยความจริงใจต่อเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงออกของจิตสาธารณะ เพราะทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจที่จะ “ให้” โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตน

ในโลกของการทำงาน การมีบุคลากรที่มีจิตสาธารณะคือทรัพยากรอันมีค่า เพราะคนกลุ่มนี้มักมองเห็นประโยชน์ส่วนรวมก่อนเสมอ พร้อมช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมโดยไม่แบ่งแยกตำแหน่งหน้าที่ ความคิดแบบนี้ทำให้องค์กรสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน (sense of belonging) และมุ่งมั่นทำสิ่งดีเพื่อองค์กรในระยะยาว

การส่งเสริมจิตสาธารณะในองค์กรจึงไม่ควรเป็นเพียง “กิจกรรมเสริม” แต่ควรถูกบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร เช่น การจัดกิจกรรมอาสาสมัคร การรณรงค์ลดการใช้พลาสติก การบริจาคสิ่งของแก่ผู้ด้อยโอกาส หรือโครงการ “หนึ่งคนหนึ่งจิตอาสา” ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เลือกทำกิจกรรมตามความสนใจ สิ่งเหล่านี้ช่วยปลูกฝังให้เกิดความภาคภูมิใจในการทำความดี และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนร่วมงาน

นอกจากนี้ ผู้บริหารยังมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ต้นแบบแห่งจิตสาธารณะ” การแสดงออกของผู้นำที่มีน้ำใจและเสียสละย่อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานโดยตรง เช่น การอาสาร่วมลงมือในกิจกรรมเพื่อสังคม การให้ความช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาในยามลำบาก หรือการยกย่องคนดีที่ทำเพื่อส่วนรวม ล้วนเป็นการสื่อสารเชิงบวกที่ทรงพลัง และเป็นวิธีปลูกฝังค่านิยมองค์กรอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือการสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการให้” ภายในองค์กร ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กน้อย เช่น การมี “มุมแบ่งปัน” ให้พนักงานนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยน การจัด “วันแห่งความดี” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนแสดงออกถึงจิตอาสา หรือแม้แต่การยกย่องชมเชยผู้ที่ทำความดีในที่ทำงานอย่างเปิดเผย วัฒนธรรมเช่นนี้จะค่อยๆ หล่อหลอมให้บุคลากรเห็นคุณค่าของการให้และรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในสิ่งดี

การมีจิตสาธารณะไม่เพียงทำให้องค์กรน่าอยู่ขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อสังคมโดยรวม เพราะเมื่อคนในองค์กรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ย่อมพร้อมที่จะขยายพลังแห่งความดีออกไปสู่ชุมชนภายนอก ตัวอย่างเช่น การจัดโครงการอาสาพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล การช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือการให้ความรู้แก่เยาวชน สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ในระดับปัจเจก การมีจิตสาธารณะยังเป็นเครื่องหล่อหลอม “ความสุขทางใจ” เพราะเมื่อเราได้ช่วยเหลือผู้อื่น เราจะรู้สึกถึงคุณค่าในตนเองมากขึ้น ความสุขจากการให้ (the joy of giving) เป็นพลังบริสุทธิ์ที่เติมเต็มหัวใจและลดความเห็นแก่ตัวในชีวิตประจำวันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มีจิตสาธารณะมักมีสุขภาพจิตที่ดี มีทัศนคติบวก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานอย่างมีความสุขและยั่งยืน

ดังนั้น การปลูกฝังจิตสาธารณะจึงไม่ใช่ภาระ แต่คือ “โอกาส” ที่จะสร้างองค์กรที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เป็นที่ทำงานที่ทุกคนอยากร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์สิ่งดีร่วมกัน องค์กรที่ให้ความสำคัญกับจิตสาธารณะย่อมมีความเข้มแข็งจากภายใน เพราะทุกคนเชื่อมั่นในคุณค่าของการให้และการแบ่งปัน

ท้ายที่สุด จิตสาธารณะคือพลังเงียบที่ไม่ต้องใช้คำพูดมาก แต่แสดงออกผ่านการกระทำจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากทำด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนแห่งความดีที่ส่งต่อได้ไม่รู้จบ และทำให้องค์กรของเรากลายเป็นสังคมแห่งความสุขอย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.). (2561). คู่มือส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะในหน่วยงานภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน.
  2. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). (2565). แนวทางการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Guideline). กรุงเทพฯ: ก.พ.ร.
  3. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2542). จิตสาธารณะกับสังคมไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
  4. มูลนิธิหัวใจอาสา. (2564). รายงานการวิจัยเรื่อง “จิตสาธารณะกับการพัฒนาองค์กร”. กรุงเทพฯ: มูลนิธิหัวใจอาสา.
  5. ธีรยุทธ บุญมี. (2560). “จิตสาธารณะ: พลังแห่งการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย”. วารสารพัฒนาสังคมและคุณธรรม, 8(2), 45–52.

Facebook Comments Box