
การดูแลสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์ในด้านการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย การทำจิตใจให้แจ่มใส และลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยพัฒนาการของทารกในครรภ์เริ่มตั้งแต่มีการปฏิสนธิ และจะมีการเจริญเติบโตขึ้นตามอายุครรภ์ ซึ่งเซลล์สมองของทารกในครรภ์ก็เริ่มสร้างและมีพัฒนาการเช่นเดียวกับเซลล์ของอวัยวะระบบอื่นๆ และเมื่อทารกในครรภ์อายุ 8 สัปดาห์ เซลล์สมองจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและขนาด มีการเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อสมอง และเชื่อมโยงกันเกิดเป็นโครงข่ายใยเส้นประสาทจำนวนมาก ซึ่งเซลล์สมองจะพัฒนาจนถึงอายุ 2 ปี การกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองของลูกน้อย จึงสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ โดยระบบประสาทการได้ยินของทารกในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ 20-24 สัปดาห์
การกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองของทารกในครรภ์ สตรีตั้งครรภ์สามารถใช้เสียงดนตรีที่มีจังหวะช้าหรือปานกลาง จะเป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงที่มีเนื้อร้องก็ได้ หรือเพลงที่มีความไพเราะที่สตรีตั้งครรภ์ชอบฟัง โดยแนะนำเพลงที่มีจังหวะ 60-80 บีทต่อนาที เสียงดนดรีจะส่งผลต่อประสาทการรับรู้การได้ยิน ซึ่งช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสมองเกี่ยวกับประสาทรับรู้และความจำ

ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยพบว่า การเปิดเสียงดนตรีให้สตรีตั้งครรภ์ฟังเป็นประจำทุกวัน ทารกที่คลอดออกมาจะมีพัฒนาการทางด้านสมอง มีความจำดี อารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่งอแง และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป จะเห็นได้ว่า สุนทรียภาพทางดนตรี ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้ร่างกายสตรีตั้งครรภ์มีการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (endorphins) ที่ทำให้สตรีตั้งครรภ์มีอารมณ์ที่ดี สุภาพจิตที่ดี แต่สารแห่งความสุขเอนดอร์ฟินสามารถผ่านทางสายสะดือไปยังทารกในครรภ์ ซึ่งทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) ดังนั้น “สุนทรียภาพทางดนตรี จึงส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสมองที่ดีของลูกน้อย”
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.thepiano.sg/piano/read/effect-piano-music-fetus#google_vignette
ขอขอบคุณภาพจาก Canva
เรียบเรียง โดย
ผศ.จิราวรรณ คล้ายวิเศษ
อาจารย์ประจำสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
