Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

สารกันเสียในยา คืออะไร? และทำไมต้องมี?

เปิดขวดยาน้ำหรือยาหยอดตาแล้วเจอชื่อสารเคมีที่ไม่คุ้นเคยในฉลาก บทความนี้ชวนทำความรู้จักสารกันเสียทางเภสัชกรรม บทบาทของมัน และวิธีใช้ยาให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ยาหลายชนิดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ยาหยอดตา หรือครีมทาผิว มักมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดี หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม ยาเหล่านี้อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง หรือระหว่างที่เราเปิดใช้ซ้ำหลายครั้งที่บ้าน นี่คือเหตุผลที่ตำรับยาต้องอาศัย “สารกันเสีย” เป็นส่วนประกอบสำคัญ

สารกันเสียคืออะไร

สารกันเสีย (preservative) คือสารที่เติมลงในผลิตภัณฑ์ยาในปริมาณเล็กน้อย เพื่อยับยั้งหรือชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ สารกันเสียไม่ใช่ตัวยาสำคัญที่ออกฤทธิ์รักษาโรค แต่จัดอยู่ในกลุ่ม “สารช่วย” (excipient) ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้ตัวยาหลัก เพราะทำหน้าที่รักษาคุณภาพและความปลอดภัยของยาให้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน

สารกันเสียทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกัน ยับยั้งไม่ให้จุลินทรีย์จากภายนอกเข้าไปเจริญเติบโตในเนื้อยา

ทำไมยาต้องมีสารกันเสีย

● ยารูปแบบน้ำ เช่น ยาน้ำเชื่อม ยาหยอดตา ยาฉีดชนิดหลายโดส และครีม/โลชั่น มีน้ำเป็นตัวทำละลายหลัก จึงเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์มากกว่ายาเม็ดหรือแคปซูลที่แห้ง
● ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักถูกเปิด-ปิดใช้ซ้ำหลายครั้งตลอดระยะเวลาการรักษา ทำให้มีโอกาสสัมผัสอากาศ มือ หรือผิวหนัง ซึ่งเป็นแหล่งปนเปื้อนที่พบได้บ่อย
● หากไม่มีสารกันเสีย เชื้อที่ปนเปื้อนอาจเจริญเติบโตจนยาเสื่อมสภาพ หรือกลายเป็นอันตรายเมื่อนำไปใช้ โดยเฉพาะยาหยอดตาที่สัมผัสเยื่อบุตาโดยตรง หรือยาฉีดที่เข้าสู่กระแสเลือด
● สารกันเสียยังช่วยให้ยาหนึ่งขวดใช้ได้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง โดยไม่ต้องทิ้งทั้งขวดหลังเปิดใช้เพียงครั้งเดียว

ชนิดของสารกันเสียที่พบบ่อยในตำรับยา

ชนิดของสารกันเสียที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของยาและตำแหน่งที่ใช้ในร่างกาย ผู้พัฒนาตำรับจะเลือกสารที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมและก่อการระคายเคืองน้อยที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

ตัวอย่างสารกันเสียที่เลือกใช้แตกต่างกันไปตามรูปแบบของยา

  • กลุ่มพาราเบน (เมทิลพาราเบน โพรพิลพาราเบน) พบมากในยาน้ำและครีม เพราะออกฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อได้กว้างและมีการใช้มายาวนาน
  • เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ นิยมใช้ในยาหยอดตาแบบหลายครั้งใช้ แต่หากใช้ต่อเนื่องนานอาจระคายเคืองผิวตาในบางคน จึงมีการพัฒนายาหยอดตาสูตรปราศจากสารกันเสียแบบหลอดเดี่ยวใช้ครั้งเดียวทิ้งขึ้นมาเป็นทางเลือก
  • โซเดียมเบนโซเอตและโพแทสเซียมซอร์เบต พบได้บ่อยในยาน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก
  • เบนซิลแอลกอฮอล์และฟีนอล มักพบในยาฉีดชนิดหลายโดสที่ต้องเจาะใช้ซ้ำหลายครั้ง

สารกันเสียปลอดภัยหรือไม่?

สารกันเสียที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ยาผ่านการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย ซึ่งกำหนดทั้งชนิดและปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ในแต่ละรูปแบบยา ปริมาณที่ใช้จริงในตำรับมักต่ำมาก เพียงพอต่อการยับยั้งจุลินทรีย์โดยไม่ก่อผลเสียต่อร่างกายในคนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางรายอาจแพ้หรือระคายเคืองต่อสารกันเสียบางชนิดได้ เช่น ผื่นแดงจากพาราเบนในคนผิวแพ้ง่าย หรือตาแห้งระคายเคืองจากเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ในผู้ที่ใช้ยาหยอดตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากมีประวัติแพ้หรือระคายเคือง ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์สูตรปราศจากสารกันเสีย

ข้อควรรู้และคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ยา

อายุการใช้งานของยาอาจสั้นลงทันทีที่เปิดขวด แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุบนฉลากก็ตาม

  • สังเกตข้อความ “อายุการใช้งานหลังเปิดขวด” บนฉลากหรือเอกสารกำกับยา ซึ่งมักสั้นกว่าวันหมดอายุที่พิมพ์บนกล่อง
  • ยาหยอดตาส่วนใหญ่ควรทิ้งภายในระยะเวลาที่ระบุไว้หลังเปิดใช้ครั้งแรก แม้ยาจะยังไม่หมดอายุตามฉลากก็ตาม โดยระยะเวลาที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์
  • ปิดฝาขวดยาให้สนิททุกครั้งหลังใช้ และหลีกเลี่ยงการให้ปลายหลอดหยดหรือปากขวดสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา หรือพื้นผิวอื่น เพื่อลดโอกาสปนเปื้อน
  • เก็บรักษายาตามคำแนะนำบนฉลาก บางชนิดต้องแช่เย็นหรือหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
  • หากยาเปลี่ยนสี มีตะกอน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรหยุดใช้ทันทีแม้จะยังไม่ถึงวันหมดอายุ เพราะอาจบ่งบอกว่าสารกันเสียเสื่อมประสิทธิภาพหรือมีการปนเปื้อนแล้ว
  • หากมีประวัติแพ้สารกันเสียชนิดใดชนิดหนึ่ง แจ้งเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับยา เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

แม้ชื่อของสารกันเสียทางเภสัชกรรมจะฟังดูเป็นสารเคมีที่ไม่คุ้นเคย แต่บทบาทของมันสำคัญไม่แพ้ตัวยาหลัก เพราะทำหน้าที่ปกป้องทั้งคุณภาพของยาและความปลอดภัยของผู้ใช้ตลอดระยะเวลาที่เปิดใช้งาน การเข้าใจว่าสารเหล่านี้คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีข้อควรระวังใดบ้าง จะช่วยให้เราใช้ยาในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น

 

*****บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผู้ดูแลโดยตรง

Facebook Comments Box